แจกเวบลงประกาศฟรี, ลงประกาศฟรีออนไลน์ โพสฟรี seo

โพสประกาศฟรี ทุกหมวดหมู่ => ลงประกาศฟรีออนไลน์, โพสประกาศฟรี Seo => ข้อความที่เริ่มโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 23 มกราคม 2026, 15:24:29 น.

หัวข้อ: อาหารสายยาง ควรให้บ่อยหรือไม่
เริ่มหัวข้อโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 23 มกราคม 2026, 15:24:29 น.
อาหารสายยาง ควรให้บ่อยหรือไม่ (https://dseelin.co.th/)

คำตอบคือ "ควรให้ตามจำนวนมื้อที่แพทย์กำหนดอย่างสม่ำเสมอ" ครับ แต่ความถี่นั้นจะขึ้นอยู่กับสภาวะร่างกายของผู้ป่วยเป็นหลัก โดยทั่วไปการแบ่งมื้ออาหารทางสายยางมีหลักการที่ต้องพิจารณาดังนี้ครับ

1. ทำไมต้องแบ่งให้เป็นมื้อๆ (ไม่ให้ทีเดียวเยอะๆ)?

การให้อาหารทางสายยางเปรียบเสมือนการจำลองการทานอาหารปกติ กระเพาะอาหารมีความจุจำกัด (ประมาณ 300-500 ซีซี ต่อมื้อสำหรับผู้ใหญ่)

หากให้บ่อยเกินไป (มื้อติดกันเกินไป): กระเพาะย่อยไม่ทัน ทำให้อาหารเก่าค้าง เกิดอาการท้องอืด ขย้อน หรือสำลัก

หากให้น้อยครั้งแต่ปริมาณมาก (มื้อใหญ่เกินไป): กระเพาะขยายตัวมากเกินไป ทำให้แน่นท้อง และเพิ่มความเสี่ยงกรดไหลย้อน


2. ความถี่ที่เหมาะสมคือเท่าไหร่?

โดยมาตรฐานทางการแพทย์นิยมแบ่งดังนี้ครับ:

สูตรมาตรฐาน (4-5 มื้อต่อวัน): เช่น 06.00, 10.00, 14.00, 18.00 น. (ห่างกันทุก 4 ชั่วโมง)

ข้อดี: ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ และกระเพาะมีเวลาพักเพื่อย่อย

สูตรสำหรับผู้ป่วยที่ย่อยยาก (6-8 มื้อต่อวัน): ลดปริมาณต่อมื้อลง แต่เพิ่มความถี่ขึ้น

ข้อดี: เหมาะกับผู้ป่วยวิกฤต หรือผู้ที่มีอาการท้องอืดง่าย

สูตรต่อเนื่อง (Continuous Feeding): ให้ผ่านเครื่องหยดช้าๆ ตลอด 24 ชม.

ข้อดี: สำหรับผู้ป่วยที่ลำไส้ดูดซึมไม่ดี หรือเสี่ยงสำลักสูงมาก


3. สัญญาณที่บอกว่า "ความถี่" ตอนนี้เหมาะสมแล้วหรือไม่?

สัญญาณว่า "เหมาะสม"   สัญญาณว่า "ให้บ่อย/เยอะเกินไป"
ดูดเช็กอาหารค้าง (Residual) แล้วเหลือน้อยกว่า 100 ซีซี   ดูดเช็กแล้วเหลืออาหารมื้อเก่าเยอะ (เกิน 150 ซีซี)
ผู้ป่วยไม่อาเจียน ไม่ขย้อน   มีอาการท้องอืด ป่อง ตึง หรือเรอเปรี้ยวบ่อย
น้ำหนักตัวคงที่ หรือค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย   มีการไอ หรือสำลักขณะหรือหลังให้อาหาร


4. เคล็ดลับการจัดการเวลา
ระยะห่างที่เหมาะสม: ควรเว้นระยะห่างระหว่างมื้อประมาณ 3-4 ชั่วโมง เพื่อให้กระเพาะอาหารได้บีบตัวและย่อยอาหารมื้อเก่าให้หมดก่อน

มื้อสุดท้าย: ไม่ควรให้ดึกเกินไป (เช่น ไม่ควรเกิน 20.00 น.) เพื่อลดความเสี่ยงที่อาหารจะไหลย้อนขณะผู้ป่วยนอนหลับลึก

💡 ข้อควรระวัง
หากคุณพบว่าผู้ป่วย "หิวบ่อย" (ในกรณีที่ยังสื่อสารได้) หรือ "น้ำหนักลด" แม้จะให้ตามมื้อแล้ว อาจไม่ใช่การเพิ่มความถี่ แต่เป็นการ "เพิ่มพลังงานในสูตรอาหาร" ให้เข้มข้นขึ้นแทนครับ