แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - guupost

หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7
46


พ่อค้าแม่ค้าร้านออนไลน์เปิดให้บริการเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนว่ากล่องกระดาษไปรษณีย์นั้นมีความสำคัญ และจำเป็นอย่างมาก แต่ด้วยขนาดที่มีให้เลือกหลากหลาย จึงอาจกลายเป็นปัญหาให้กับหลายท่าน ด้วยเหตุว่าไม่รู้ว่าสินค้าประเภทไหนจะเลือกใช้กล่องขนาดใดได้บ้าง จึงไม่พลาดรวบรวมข้อมูลมาให้พิจารณา เพื่อการใช้งานที่ตอบสนองความต้องการขั้นสุด

สินค้าชนิดไหนควรเลือกกล่องกระดาษอย่างไร?
1. สินค้าแบบขายปลีก
เผื่อว่าร้านใดเป็นแบบขายปลีกที่ขนาดสินค้าไม่ได้ใหญ่มาก ประมาณ 1 – 10 ชิ้นแบบไม่เกิน 5 ซม. แนะนำว่าให้เลือกเป็นกล่องขนาด 00 หรือ A ได้เลย ทั้งนี้เพราะจะกะทัดรัด แพ็คง่าย และส่งสินค้าไปยังลูกค้าได้แบบปลอดภัยหายห่วง โดยเป็นส่วนใหญ่ก็จะเขียนจ่าหน้าที่อยู่ของผู้ส่ง - ผู้รับได้เลยด้วย เพิ่มความน่าเชื่อถือให้ร้าน แต่ตอนห่อแนะนำว่าให้ใช้บับเบิ้ลช่วยในกรณีที่ของแตกหักง่ายถ้าโยนหรือโดนทับ

2. สินค้าแบบขายยกโหล
สำหรับท่านใดที่ขายแบบสินค้ายกโหล สินค้าจำนวนมาก หรือสินค้ามีขนาดใหญ่ต้องการพื้นที่เมื่อวางสินค้าไปแล้วมีเหลือเพียงพอต่อการกันกระแทก (ห่อบับเบิ้ล) แนะนำว่าให้เลือกเป็นกล่องไปรษณีย์ขนาดใหญ่ตั้งแต่ B, C หรือ D ไปเลย (จริง ๆ มีขนาดใหญ่กว่านี้สอบถามร้านขายกล่องก่อนได้) เพื่อให้การจัดส่งถึงปลายทางอย่างปลอดภัยและถึงทีเดียวพร้อมกัน ไม่ต้องมาแยกกล่องเล็กให้เสียเวล่ำเวลา และเปลืองค่าขนส่ง รวมถึงเกิดกล่องหนึ่งหายไปเป็นเรื่องใหญ่ไปอีก

3. สินค้าประเภทรองเท้า หรือกระเป๋า
หากเป็นสินค้าประเภทรองเท้า หรือกระเป๋าแล้ว เราจำเป็นต้องเลือกใช้กล่องไปรษณีย์ขนาดใหญ่อย่างเบอร์ D ไปเลย เพราะว่าอย่างที่รู้ถ้ากล่องขนาดใหญ่พื้นที่ภายในก็จะกว้าง ด้วยรูปทรงของรองเท้า หรือกระเป๋าบรรจุแล้วจะไม่เสียทรง กระนั้นหากเป็นกระเป๋าใบเล็ก ๆ ก็ใช้เป็นกล่องขนาด B, C ก็ไม่มีปัญหา แต่อยากให้วัดขนาดเซนติเมตรก่อนแล้วเลือกกล่องดีที่สุด

ขนาดกล่องไปรษณีย์ที่มีในปัจจุบัน
เผื่อว่าท่านใดที่อยากทราบขนาดกล่องให้มากขึ้นเราก็มีมาแนะนำพอสังเขปเพื่อช่วยตัดสินใจการสั่งมาใช้งาน ได้แก่ ขนาดกล่อง เบอร์ A ที่ 14 X 20 X 6 ซม., ขนาดกล่องเบอร์ B ที่ 17 X 25 X 9 ซม., ขนาดกล่องเบอร์ C ที่ 20 X 30 X 11 ซม., ขนาดกล่องเบอร์ D ที่ 22 X 35 X 14 เซนติเมตร, ขนาดกล่องเบอร์ E ที่ 24 X 40 X 17 เซนติเมตร, ขนาดกล่องเบอร์ F ที่ 30 X 45 X 20 ซม.เป็นต้น

กล่องกระดาษเพื่อการนำไปใช้ส่งพัสดุมีให้เลือกหลากหลายแบบ แนะนำว่าการพิจารณาจากขนาดของสินค้าที่ขายแล้วค่อยซื้อย่อมดีกว่า เพื่อให้ไม่ผิดพลาดเสียเงินเสียทองไปโดยใช่เหตุ แล้วการส่งพัสดุถึงมือลูกค้าของท่านจะสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า จนกลับมาซื้อซ้ำอีกหลายรอบแน่นอน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Official Website : https://www.homepro.co.th/c/HHP0801

47


สถานการณ์โควิด - 19 ในปัจจุบันก็ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง การลดความเสี่ยงรับเชื้อต้องอาศัยการดูแลตนเองเป็นพิเศษ หนึ่งในนั้นคือการเลือกใช้เจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ ทว่าปัจจุบันทิชชูก็ได้พัฒนานวัตกรรมมากขึ้นด้วยการมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์มาด้วย ทำให้หลายท่านลังเลและสงสัยว่าจะเลือกใช้งานทิชชู่เปียกแบบผสมแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อโควิด - 19 ได้จริงหรือ? บทความนี้มีคำตอบมาบอกต่อ

ทิชชู่เปียกชนิดผสมแอลกอฮอล์ช่วยฆ่าโควิด - 19 ได้?
กลายเป็นความอยากรู้ขึ้นมาเลยจริง ๆ กับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอย่างทิชชูที่ปัจจุบันมีแบบทิชชู่เปียกแอลกอฮอล์ให้เลือกใช้งานแล้ว ทว่าการผสมแอลกอฮอล์นั้นสามารถฆ่าเชื้อโควิด - 19 ได้จริงหรือไม่ เรื่องนี้ก็ต้องบอกว่าขึ้นอยู่กับจำนวนปริมาณแอลกอฮอล์ที่ผสมอยู่ โดยทั่วไปหากมีไม่ต่ำกว่า 70% และไม่สูงเกิน 90% ก็สามารถฆ่าเชื้อโควิด - 19 ได้สบายมาก นำมาเช็ดมือ หรือสิ่งของได้เลย

มากไปกว่านั้นก็จะมีให้เลือกใช้งานหลายยี่ห้ออีกต่างหาก แนะนำว่าให้อ่านส่วนผสม และคุณสมบัติก่อนเลย อย่างเช่น ถ้าบอกว่าช่วยฆ่าเชื้อได้มากกว่า 99.9% นับเป็นสินค้าน่าสนใจช่วยฆ่าเชื้อได้ดี ถึงกระนั้นก็ตาม ด้วยแอลกอฮอล์มีส่วนทำให้ผิวสัมผัสของเราแห้งกร้านเมื่อใช้งานบ่อย อาจจะต้องดูที่ส่วนผสมอื่น ๆ อย่าง อะโลเวร่า แตงกวา น้ำแร่ หรืออะไรก็ตามที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น รวมถึงต้องไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อผิวบอบบางแพ้ง่าย อาทิเช่น พาราเบน ปรอท สีสังเคราะห์ ฯลฯ เพื่อให้การใช้งานตอบโจทย์มากขึ้น

แล้วถ้านำทิชชูไปผสมเองเพื่อหวังฆ่าเชื้อโควิด - 19 ทำได้ไหม?
เผื่อท่านใดที่คิดจะทำกระดาษทิชชู่เปียกแล้วเพิ่มส่วนผสมอื่น ๆ ที่มีโอกาสฆ่าเชื้อโควิด - 19 ด้วยตัวเอง ขอบอกว่าไม่แนะนำเด็ดขาด
- น้ำยาล้างจาน หรือผงซักฟอก ที่มีส่วนช่วยลดเชื้อ ความเสี่ยงการกระจายเชื้อ แต่ไม่ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อโควิด - 19
- น้ำส้มสายชูผสมน้ำอุ่นแล้วนำทิชชูไปซับมาใช้งานก็ไม่ได้อีก เพราะน้ำส้มสายชูที่คิดว่ามีฤทธิ์กรดอ่อนจะช่วยซึ่งอันที่จริงไม่ได้ช่วยโดยตรง เชื้อโควิด - 19 ไม่ตาย

ย้ำอีกครั้งทิชชู่เปียกแบบผสมแอลกอฮอล์นั้นช่วยฆ่าเชื้อโควิด - 19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็ต้องอ่านรายละเอียดให้ดีด้วยว่ามีส่วนผสมอื่นอะไรอีกบ้าง ยิ่งมีส่วนผสมช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้เยอะยิ่งดี กระนั้นหากมีส่วนผสมที่ทำร้ายผิวก็ให้เลี่ยงไปได้เลย เพื่อผิวที่แข็งแรงไม่เป็นอันตรายในอนาคต นอกจากไอเทมฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์แล้ว ก็ยังมีอื่น ๆ ที่ป้องกันความเสี่ยงติดเชื้อ ทั้งการสวมใส่หน้ากากอนามัย การยืนห่างอย่างน้อย 1 - 2 เมตร เข้าบ้านแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำ สระผมให้เรียบร้อย ฯลฯ

แวะชมสินค้าเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.homepro.co.th/c/HHP0215

48


เมื่อพูดถึงกระดาษทิชชู่ขึ้นมาแล้ว แน่นอนว่าในท้องตลาดมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งชนิด สี เนื้อสัมผัส ฯลฯ กระนั้นก็ตามสิ่งที่หลาย ๆ ท่านอาจสงสัยกันอยู่คือประเภทการใช้แบบชำระทั่วไป และแบบเช็ดหน้า ซึ่งเรื่องนี้ควรให้ความสำคัญกันอย่างที่สุด เนื่องมาจากหากเลือกใช้ได้เหมาะสมก็จะไม่เป็นอันตรายต่อผิวสัมผัสร่างกาย ซึ่งแต่ละประเภทจะเป็นอย่างไรนั้นเราไปติดตามกันเลยดีกว่า

ลักษณะของกระดาษทิชชู่แบบทั่วไป VS เช็ดหน้า
ทิชชู่แบบทั่วไป หรือที่เรียกกันติดปากว่า “กระดาษชำระ” เป็นกระดาษที่พบได้ในห้องน้ำสาธารณะ หรือตามร้านอาหารที่วางไว้บนโต๊ะอาหารให้หยิบใข้งาน ส่วนมากผลิตจากต้นไม้ รวมถึงเยื่อหมุนเวียนใหม่ที่มาจากกระดาษรีไซเคิล โดยเรื่องของขนาดนั้นจะมีได้ทั้งเล็กและใหญ่ต่างกันไปตามแบรนด์ที่ผลิต มีทั้งแบบสีขาว หรือลวดลาย สีสันต่าง ๆ แต่ส่วนใหญ่แล้วปัจจุบันจะผลิตให้มีความหนามากกว่า 2 ชั้น โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ
1. ทิชชูแบบม้วนใหญ่ หรือแบบ Jumbo Roll Tissue มีให้เห็นตามห้องน้ำห้างสรรพสินค้า หรือตามองค์กรต่าง ๆ ปั๊มน้ำมัน ฯลฯ ราคาไม่แพง มีความบางของกระดาษเพื่อให้ความยาวในการดึงใช้งานเพิ่มมากขึ้น ซึมซับของเหลวได้น้อย สะดวกต่อการใช้ ไม่ต้องเปลี่ยนม้วนใหม่บ่อย ผลิตจากกระดาษธรรมชาตินำเนื้อเยื่อมาทำ จึงไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

2. ทิชชูแบบม้วนเล็ก หรือแบบ Bathroom Tissue มีให้เห็นได้ตามร้านอาหาร ในบ้าน ครัวเรือนต่าง ๆ เนื้อสัมผัสจะเป็นได้หลากหลาย นำไปประยุกต์ใช้ตามต้องการไม่ใช่แค่ในห้องน้ำเท่านั้น ใช้เช็ดสิ่งต่าง ๆ ก็ไม่มีปัญหา

วิธีใช้กระดาษทิชชูอย่างเหมาะสม
แน่นอนว่าการนำไปใช้นั้นมีหลากหลาย แต่ที่ไม่เหมาะสมเลยคือการเช็ดตามผิวโดยเฉพาะผิวหน้า เพราะว่าโอกาสที่จะเกิดการระคายเคืองมีสูง บางแบรนด์ถูกเกินไปผลิตแบบไม่ได้มาตรฐาน เอามาเช็ดก็เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียได้ด้วย ไม่ว่าจะนำไปเช็ดก้น หรือแม้แต่เช็ดผิวที่มีบาดแผลก็ตาม

กลับกันหากเป็นทิชชู่เช็ดหน้าจะอยู่ในลักษณะเป็นแผ่น ๆ ดึงใช้งานได้ตามสบาย จะซับเหงื่อ หรือเช็ดเครื่องสำอางได้หมด มีทั้งแบบขาวสะอาด และมีลวดลาย ถูกบรรจุในกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า เนื้อกระดาษจะเรียบหนา มีอย่างน้อย 2 ชั้น นุ่ม สะอาด และมีค่า pH ที่ 5.5 – 8.5 เหนียวมากกว่าประเภทอื่น และใช้ได้แม้ผิวสัมผัสจะบอบบางแพ้ง่ายแค่ไหนก็ตาม

สำหรับท่านไหนที่คิดจะซื้อใช้ทั้งกระดาษทิชชู่แบบชำระทั่วไป และแบบเช็ดหน้า มีวิธีการเลือกที่ต่างกัน คือ หากเป็นแบบชำระทั่วไปเลือกความนุ่มที่พอดี เพราะว่าบางอย่างก็ต้องสัมผัสผิว และต้องเลือกแบบย่อยสลายในน้ำได้ดีด้วย ส่วนชนิดเช็ดหน้าแนะนำให้เลือกแบรนด์ที่เนื้อกระดาษบริสุทธิ์ ไม่มีสารเคมี หรือสารเรืองแสงต่าง ๆ ซึบซับน้ำได้ดี และเนื้อสัมผัสนุ่มอ่อนโยนต่อผิวมนุษย์

สั่งซื้อสินค้าได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.homepro.co.th/c/HHP0213

49


ใครที่มีรองเท้าเยอะมั่นใจเลยว่าหลายท่านต้องเลือกใช้กล่องรองเท้ากันเนื่องด้วยความสะดวกสบายในการจัดเก็บ ทำให้บ้านดูมีระเบียบเพิ่มมากขึ้น ทว่าเมื่อใช้ไปแล้วเป็นเวลานานก็อาจเกิดความชำรุดเสียหายได้ แต่เราจะรู้ได้ยังไง?? บทความนี้มีวิธีสังเกตมาบอกต่อ กล่องไหนควรซื้อใหม่ได้แล้วดีกว่าใช้งานไปเรื่อย ๆ เกิดซ้อนหลายกล่องแตกร่วงเก็บกันวุ่นไปอีก

วิธีการสังเกตกล่องรองเท้าชำรุด เห็นแล้วต้องซื้อใหม่ทันที
1. กล่องจากสีขาวเปลี่ยนสีชัดเจน
สภาพกล่องจากเดิมที่เป็นกล่องรองเท้าใสขาวสวย หรือขุ่นก็ดี กลับกลายเป็นสีเหลือง หรือจากขาวใสก็ขุ่นหมองแล้ว แนะนำว่าซื้อเปลี่ยนได้เลย เนื่องด้วยเริ่มเสื่อมสภาพ เกิดใช้ไปนานมากขึ้นอาจชำรุดมากกว่าเดิมก็เป็นได้ ไม่คุ้มค่าที่ต้องมานั่งเก็บรองเท้าและเศษกล่องพังเสียหาย

2. มีรอยชำรุด ฉีกขาด
ต่อมานอกจากตัวกล่องที่เปลี่ยนสีไปแล้ว ตัวกล่องมีรอยฉีกขาด รอยชำรุด เกิดรูรั่ว ถ้าปล่อยเอาไว้นานมากกว่าเดิม รอยฉีกขาดชำรุดจะเพิ่มมากขึ้นท้ายที่สุดก็ทำให้กล่องพังเสียหายได้ โดยเฉพาะกับคนที่ตั้งไว้สูง ๆ หรือดีไม่ดีมีฝุ่นเข้าไป มีสิ่งสกปรกเข้าไปได้ รวมถึงสัตว์อื่น ๆ อย่างแมลงสาบ ที่อาจทำลายรองเท้าของท่านแบบไม่รู้ตัว

3. กล่องบุบ ยุบตัว
ไม่ใช่แค่กล่องเปลี่ยนสี หรือมีรอยฉีกขาดชำรุดแล้ว ยังมีเรื่องของตัวกล่องที่ยุบหรือบุบด้วย จะทำให้กล่องเสียทรงพับลงมา เมื่อเป็นแบบนั้นหากใส่รองเท้าไว้นาน ๆ ไม่ได้หยิบออกมาใช้ก็มีโอกาสรองเท้ายุบเสียทรงด้วยเช่นกัน หากพบว่ากล่องใส่รองเท้าเป็นแบบนี้เปลี่ยนไปเลยดีที่สุด

4. มีคราบ รอยเปื้อน กลิ่นเหม็นอับเกินไป
ปิดท้ายก็อาจขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งานด้วย หากกล่องรองเท้ามีคราบ รอยเปื้อน หรือกลิ่นเหม็นอับมากเกิน ชนิดที่ลองเอาไปทำความสะอาดแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น วัสดุที่ใช้อาจเสื่อมสภาพมาก ๆ แล้ว ก็ซื้อใหม่ไปเลยดีกว่า เนื่องมาจากไม่อย่างนั้นรองเท้าอาจเกิดกลิ่นเหม็นอับสะสม และกลายเป็นแบคทีเรีย เชื้อโรคได้ ยิ่งตัวเองมีกลิ่นเท้าด้วยจะยิ่งเป็นเรื่องใหญ่

กล่องรองเท้าคือสิ่งจำเป็นมาก ๆ สำหรับใครที่มีรองเท้าใช้งานเยอะ และปัจจุบันก็มีให้เลือกหลากแบรนด์ หลายหลายประเภทด้วย กระนั้นหากท่านใดลองใช้งานแล้วและเกิดปัญหาในลักษณะข้างต้น อยากแนะนำให้ซื้อเปลี่ยนใหม่เลยดีที่สุด โดยเฉพาะท่านใดที่ซ้อนกล่องไว้สูง ทั้งนี้ การทำความสะอาดก็สำคัญมาก ๆ แนะนำว่าให้ทำความสะอาดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ 3 ครั้งเลยก็ดี หรือกล่องไหนที่รองเท้าออกไปใช้งานบ่อยก็ยิ่งต้องทำความสะอาด อย่าลืมหมั่นตรวจสอบดูความเปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ ด้วย

เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่
Website : https://www.homepro.co.th/c/HHP1205

50


ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจเลือกซื้อเลือกหาโต๊ะพับ หรือเก้าอี้ใด ๆ แล้วจำเป็นต้องพิจารณาถึงปัจจัยรอบด้านอย่างรอบคอบ เพื่อให้การใช้งานตอบโจทย์มากที่สุด ทว่าบางท่านอาจไม่เคยทราบมาก่อนว่าจะต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง เราไม่ปล่อยให้ท่านต้องสงสัยอีกต่อไปและได้รวบรวมปัจจัยสำคัญมาให้ทำความเข้าใจกัน รับประกันว่าได้ของดีที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพดีเหมาะสมกับการใช้งานตามต้องการแน่นอน

4 สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกซื้อเลือกหาโต๊ะพับ
1. ขนาดของโต๊ะ
นับว่ามีความสำคัญอย่างมากกับการนำมาใช้งาน เพราะว่าจะต้องให้อยู่ในพื้นที่ที่ใช้งานแล้วสะดวก ไม่แคบมากเกินไป ปัจจุบันต้องมีหลายขนาด หลายไซซ์ให้เลือก แนะนำว่าควรวัดพื้นที่ใช้งานให้ดีก่อน โดยขนาดจะอยู่ที่ 50 x 50 เซนติเมตร ไปจนถึง 90 x 180 ซม. หรือบางยี่ห้อก็มากกว่านี้ก็เป็นได้

2. รูปทรงของโต๊ะที่จะนำมาใช้
รูปทรงของโต๊ะก็ต้องพิจารณาอย่างดีในการนำมาใช้งานเช่นกัน โดยทั่วไปแล้วจะมีทั้งเป็นโต๊ะธรรมดา หรือรวมกับเก้าอี้พับด้วย ซึ่งก็จะมีให้เลือกดังนี้
- รูปทรงกลม เหมาะสมกับการใช้งานเพื่อทานอาหารร่วมกันเข้าถึงได้ทุกมุม ทุกคน จัดวางอาหารได้อย่างมีระเบียบ
- รูปทรงแบบสี่เหลี่ยมมีทั้งสี่เหลี่ยมผืนผ้า และสี่เหลี่ยมจัตุรัส เหมาะกับการใช้วางสิ่งของต่าง ๆ หยิบใช้งานง่าย เข้ามุมตามกำแพงไม่เกะกะ และเมื่อไม่ใช้ก็พับเก็บได้

3. รูปแบบในการพับโต๊ะ
มาต่อกันที่อีกสิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนซื้อให้ดี ก็คือรูปแบบของการพับที่จะช่วยให้การใช้งานและจัดเก็บไม่เกะกะ ยิ่งเป็นการใช้งานโต๊ะพับอเนกประสงค์ที่มีหลายตัวก็จะจัดการรวดเร็ว การพับมีทั้งพับลงทั้งหมด หรือพับแยกกลาง ฯลฯ แต่ข้อสำคัญคือต้องมีความแข็งแรง เคลื่อนย้ายได้สะดวกตามพื้นที่ที่แตกต่าง

4. วัสดุของโต๊ะที่ใช้ผลิต
สุดท้ายเป็นเรื่องของวัสดุของโต๊ะที่มีให้เลือกแตกต่างกันออกไป ทั้งเมลามีน พลาสติก ลามิเนต หรือไม้ประเภทต่าง ๆ ซึ่งแต่ละลักษณะก็จะมีความแตกต่าง จำเป็นต้องดูการใช้งานของเราด้วย เพราะว่าถ้าตั้งนอกอาคารมีการเปียกน้ำมาก หรือต้องโดนฝนก็อาจต้องเลือกเป็นโต๊ะพลาสติกมากกว่าโต๊ะไม้ หรือถ้าต้องการความแข็งแรง วางของหนักประจำก็เลือกเป็นวัสดุไม้จริงได้ อย่าใช้ลามิเนตเนื่องจากจะไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ เป็นต้น

ทั้งนี้ อย่าลืมเรื่องของสนนราคาด้วยเพราะต้องขึ้นอยู่กับวัสดุที่ทำ ขนาด รวมถึงรูปแบบการพับต้องสอดคล้องกัน เพื่อความคุ้มค่า และใช้งานเสร็จทุกครั้งจำเป็นต้องทำความสะอาดตามโต๊ะให้เรียบร้อย เป็นวิธียืดอายุการใช้งาน หวังว่าการมีโต๊ะพับ เก้าอี้ใด ๆ ของคุณจะใช้งานอย่างราบรื่น ไม่ต้องเสียงบประมาณซื้อใหม่บ่อย ๆ

สั่งซื้อสินค้าได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.homepro.co.th/c/OUT0607

51


ใครจะรู้ว่าหม้อหุงข้าวที่เห็นอยู่นี้จะขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ใด ๆ แล้วมีการใช้ความร้อนที่แตกต่างกันออกไปที่ช่วยให้ได้ข้าวที่หุงเสร็จอร่อย พร้อมเสิร์ฟกินกันแบบอิ่มเอม บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักอย่างหมดเปลือก เพื่อให้ใช้งานหม้อหุงข้าวได้อย่างตอบโจทย์ขั้นสุด แต่จะเป็นระบบไหน อย่างไร ท่านใดอยากทราบแล้วก็ไปติดตามกันเลย

3 ประเภทหม้อหุงข้าวที่วิธีให้ความร้อนแตกต่างกัน
1. ระบบแม่เหล็กไฟฟ้า
เริ่มต้นกันที่ระบบแม่เหล็กไฟฟ้า ความน่าสนใจอยู่ตรงการข้าวที่หุงจะสุกเม็ดสวย มีกลิ่นหอม นุ่มอย่างทั่วถึงมากกว่าเดิม รับรองว่ากินแล้วหนุบหนึบเคี้ยวสบาย แต่ด้วยความพิเศษนี้ทำให้มีราคาสูง และกินไฟฟ้ามาก อย่างไรก็ตามหากเลือกเป็นฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ก็สามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ในระดับหนึ่ง

2. ระบบไมโครคอมพิวเตอร์
เป็นระบบหม้อที่มีอยู่ทั้งหม้อหุงข้าวเล็ก หรือหม้อหุงขนาดใหญ่ ใช้งานง่ายมาก ๆ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่กดใช้อัตโนมัติ การกระจายความร้อนจะเดินทางสู่ตัวหม้อโดยตรง ทำให้ข้าวหุงสุกรวดเร็วทันใจ ท่านไหนสนใจอยากได้ข้าวไว ๆ ก็ลองซื้อแบบนี้ดูได้ อย่างไรก็ดีในบางครั้งความร้อนที่ได้อาจไม่สม่ำเสมอมากนัก

3. ระบบแรงดันสูง
สุดท้ายคือประเภทหม้อที่ได้รับความนิยมสูงมาก ๆ เพราะเป็นการกระจายความร้อนออกไปอย่างทั่วถึง โดยจะรวมกับระบบแรงดันของหม้อหุงข้าวรับประกันว่าข้าวที่ได้จะสุกแบบเม็ดสวย นุ่มนิ่ม หอมอร่อยมากกว่าเดิมด้วย
นอกจากระบบให้ความร้อนของหม้อแต่ต้องพิจารณาฟังก์ชันด้วย
อย่างไรก็ดี ไม่ใช่แค่ระบบการใช้ความร้อนที่ควรประเมินก่อนซื้อ แต่ก็ยังมีเรื่องของฟังก์ชันการใช้งานด้วย ดังเช่น ฟังก์ชันหุงข้าวเหนียว ข้าวกล้อง และธัญพืช สามารถหุงได้หลากหลาย ซื้อหม้อหุงข้าวไฟฟ้าแบบพกพาแล้วมีฟังก์ชันนี้อยู่ช่วยให้เกิดความสะดวกในการหุงมากขึ้น

รวมทั้งการปรุงอาหารที่สามารถทำได้หลากหลายเมนู นอกจากหุงข้าวแล้วก็ยังตุ๋น ต้ม นึ่งได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น อยู่อพาร์ทเม้นต์ อยู่หอพัก หรืออาคารชุดไม่มีครัว หรือห้ามทำอาหารก็สามารถใช้ได้โดยไม่มีปัญหา

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็หวังว่าการเลือกซื้อใช้งานหม้อหุงข้าวจะเกิดความเข้าใจมากขึ้น ได้ระบบที่ตอบโจทย์การใช้งาน ไม่ควรพลาดพิจารณาดูด้วยว่าหุงรับประทานกันกี่คน ถ้า 1 - 2 คนก็ใช้แบบขนาดเล็กได้เลย หรือถ้ามากกว่านั้น ครอบครัวใหญ่ก็อาจต้องใหญ่ขึ้นมาอีก 1 ลิตรรับรองว่าข้าวสวย หอมอร่อย เม็ดนุ่ม อิ่มท้อตามที่ต้องการแน่นอน หรือจะเอาไปประกอบอาหารเมนูอื่นก็ทำได้ไม่ใช่เรื่องยาก

เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่
Website : https://www.homepro.co.th/c/APP0810

52


ในการใช้งานเครื่องฟอกอากาศพกพาปัจจุบันนี้เป็นที่นิยมอย่างมาก แต่ก็มีบางคนที่ลังเลไม่รู้ว่าตัวเองควรเลือกซื้อมาใช้งานมากน้อยเท่าใด และเพื่อให้เกิดความมั่นอกมั่นใจมากที่สุด วันนี้เราจะพาทุกท่านไปตรวจสอบกันสักนิดว่ามีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบนี้หรือไม่ เพราะถ้าคำตอบคือใช่ ตกลงใจซื้อได้เลยอย่ารอช้า อย่าลังเล

ใครบ้างที่ควรใช้งานเครื่องฟอกอากาศพกพา
1. คนที่เดินทางไปไหนมาไหนเป็นประจำ
ใครที่ชื่นชอบการออกไปนอกบ้าน ไปเรียน ไปท่องเที่ยว ไปทำงานใด ๆ แล้วต้องเจอกับฝุ่นละออง หรือมลพิษทางอากาศเยอะ ยิ่งในปัจจุบันมีโควิด – 19 มาเกี่ยวข้องอีก ทำให้มีโอกาสสัมผัสได้ง่ายมาก ๆ แต่การพกพาเครื่องฟอกอากาศไปด้วยมีส่วนช่วยให้ทุกการเดินทางปลอดภัยมากขึ้น สุขภาพดี หายใจคล่องด้วยอากาศบริสุทธิ์

2. คนที่ต้องทำงานกับฝุ่นเยอะ
ท่านไหนที่รู้ตัวว่าในชีวิตประจำวันต้องอยู่กับอากาศที่มีฝุ่นเยอะ มีมลพิษทางอากาศเยอะ หรือแม้แต่ทำงานร่วมกับเกสรดอกไม้มากมายก็ตาม แนะนำว่ามีเครื่องฟอกอากาศแบบพกพาจะช่วยได้อย่างดีเลยทีเดียว ก็เพราะว่าอย่างที่รู้ว่าเครื่องนี้สามารถฟอกให้อากาศภายนอกบริสุทธิ์มากขึ้นด้วยการปล่อยประจุไอออนขั้วลบ สิ่งต่าง ๆ ที่ลอยในอากาศตกลงสู่พื้นดิน บางรุ่นฆ่าเชื้อแบคทีเรีย หรือไวรัสในอากาศได้ด้วยก็ส่งผลดีต่อสุขภาพยิ่งขึ้นไป

3. ท่านที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้
อีกไลฟ์สไตล์ที่ขาดเครื่องฟอกอากาศไม่ได้เลยก็คือผู้ที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ ซึ่งจะมีลักษณะอาการไปไหนมาไหนแล้วเกิดจาม ไอ หรือคัดจมูกอยู่บ่อย ๆ แน่นอนว่าหากได้ห้อยเครื่องใช้งานเป็นประจำ ก็จะช่วยปรับสภาพอากาศทำให้ถ่ายเทมากขึ้น ได้รับสิ่งบริสุทธิ์ลงปอด อาการภูมิแพ้ที่เป็นอยู่ไม่ว่าจะอยู่บริเวณไหนก็ไม่กำเริบให้รำคาญใจแน่นอน

จะอย่างไรก็ตาม การเลือกใช้เครื่องฟอกอากาศห้อยคอนั้นจริง ๆ ก็เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์เลย ไม่ว่าจะทำอะไรแล้วอยากให้อากาศรอบตัวบริสุทธิ์ เพราะว่าด้วยกลไกการทำงานพร้อมจะเปิดอากาศโล่งเพื่อการหายใจหายคอคล่องตัว พร้อมช่วยจัดการสิ่งแปลกปลอมได้เต็มที่ บวกกับหากท่านใดต้องการเครื่องประดับเก๋ ๆ สิ่งนี้ก็พร้อมเป็นให้คุณได้ทันที พกติดตัวไปไหนสะดวกมาก ราคาก็ไม่ได้แพงด้วย

เครื่องฟอกอากาศพกพาจะมีหลักการทำงานที่ต่างจากเครื่องฟอกอากาศขนาดใหญ่ ซึ่งจะใช้พัดลมดูดอากาศผ่านแผ่นกรองจากนั้นก็ปล่อยหมุนเวียนอากาศบริสุทธิ์ออกมาทำให้ละอองฝุ่นต่าง ๆ ตกลงพื้น บรรดาเชื้อแบคทีเรีย หรือไวรัสก็ถูกจัดการด้วยเพราะมีการแตกตัวออกเป็นไอน้ำ และคาร์บอนไดออกไซด์ เชื่อมั่นว่าทุกไลฟ์สไตล์จะมีอากาศบริสุทธิ์รอบตัวให้ใช้งาน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Official Website : https://www.homepro.co.th/c/APP0203

53


ท่านใดที่กำลังมองหามุมโปรดให้ตัวเองได้พักผ่อนภายในบ้าน อย่ามองข้ามที่จะเลือกใช้อีกเฟอร์นิเจอร์ที่น่าสนใจ อย่าง “เก้าอี้สนาม” เด็ดขาด ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายแบบมาก รับประกันว่าความต้องการพักผ่อนจะได้รับการตอบสนองอย่างดี แต่จะเลือกแบบไหนให้ตอบสนองความต้องการได้มากที่สุดในบางครั้งก็จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดด้วยเหมือนกัน

เก้าอี้สนามหนึ่งในเฟอร์นิเจอร์สร้างมุมโปรดที่น่าสนใจ
ไม่อยากให้พลาดการเลือกเฟอร์นิเจอร์ดี ๆ สำหรับท่านไหนที่ต้องการตกแต่งบ้าน หรืออยากได้มุมโปรดให้ตัวเอง เพียงเลือกเก้าอี้ หรือม้านั่งสนามไว้สักตัว รับประกันว่าจะช่วยให้การพักผ่อนของคุณผ่านไปได้อย่างราบรื่นในทุก ๆ วัน ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกเยอะแยะมากมาย ทั้งรูปทรงที่แตกต่าง สี ลวดลาย ไปจนถึงวัสดุที่ใช้ทำ มีตั้งแต่ไม้สัก ปูน หรือหวายก็มีด้วย เรียกได้ว่ามีไว้เพื่อให้ตัดสินใจเลือกใช้งานอย่างตอบโจทย์เลยทีเดียว

แต่ไม่ว่าจะเป็นการเลือกแบบไหนก็ต้องพิจารณาดูปัจจัยรอบด้านด้วย รวมทั้งการออกแบบสวน ที่นอกจากความสวยงามแล้วก็คือความปลอดภัย อาจต้องระวังเรื่องสัตว์มีพิษ หรือความสะอาด การดูแลรักษา แล้วการมีมุมโปรดของคุณจะแฮปปี้เกินบรรยาย

การเลือกเก้าอี้นั่งเล่นให้ตอบโจทย์กับผู้ใช้งาน
มาถึงตรงนี้หลายท่านอาจเกิดความสนใจถึงการเลือกเก้าอี้ไว้นั่งเล่นกับมุมโปรด เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด แน่นอนว่าจำเป็นต้องดูสถานที่สำหรับจัดทำมุมโปรดว่ามีสัดส่วนเท่าไหร่ แล้วจะเลือกนำสิ่งใดมาวางให้ลงตัวได้ ทั้งนี้เพราะพื้นที่ที่เหมาะสมจะช่วยให้การจัดวางดูดีมากขึ้น

ไม่เพียงเท่านั้นเราจำเป็นต้องดูไลฟ์สไตล์ด้วยว่าชื่นชอบลักษณะไหน อย่างเช่น หากชอบความโมเดิร์นหน่อยก็ควรใช้เป็นเก้าอี้หวาย หรือถ้าอยากได้คลาสสิกเรียบหรูก็อาจจะเป็นเก้าอี้สีขาว เป็นต้น

ทั้งนี้ต้องพิจารณาขนาดตัวของผู้ใช้งานร่วมกับเก้าอี้ด้วย นั่งกี่คน น้ำหนักตัวเท่าไหร่ เพื่อให้เก้าอี้สามารถรองรับน้ำหนักได้ดี ผู้ใช้งานเองก็จะไม่เมื่อยด้วย

ข้อสำคัญของการซื้อเก้าอี้มุมโปรดยังไม่หมดเท่านี้ จำเป็นต้องพิจารณาดูจากแบรนด์ต้องน่าเชื่อถือ ไว้ใจได้ คุณภาพวัสดุจัดเต็ม ใช้ได้นานไม่ต้องเสียเงินซื้อใหม่บ่อย ๆ แต่เรื่องราคาก็ต้องเลือกให้พอดีงบ ไม่ใช่ราคาแรงแต่เทียบกับวัสดุแล้วไม่คุ้มค่าอย่างนี้อย่าซื้อเด็ดขาด

เก้าอี้สนามเป็นสิ่งที่พร้อมช่วยเพิ่มความสะดวกสบายได้รอบบริเวณบ้าน สร้างมุมโปรดให้ทุกคนอย่างดีที่สุด หากใครลังเลอยู่มาถึงตรงนี้หวังว่าจะตกลงใจซื้อได้ง่ายมากขึ้น ศึกษาการเลือกเก้าอี้แล้วก็อย่าลืมศึกษาการจัดสวน จัดมุมโปรดของบ้านด้วยก็ดี เชื่อว่าหลายท่านจะสบายใจ หายเครียดมากขึ้นเพียงมานั่งเล่นอยู่ที่มุมนี้ มุมโปรดของที่คิด ตกแต่ง และเลือกเฟอร์นิเจอร์เอง

แวะชมสินค้าเพิ่มเติมได้ที่
Official Website : https://www.homepro.co.th/c/OUT060503

54


ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าวัตถุประสงค์การใช้งานโรงเรือนเพาะปลูกก็เพื่อช่วยดูแลผลผลิตพืชผักต่าง ๆ ให้ออกมาในทิศทางที่ดี โดยเฉพาะอุณหภูมิที่หากพอเหมาะกับชนิดพันธุ์ก็จะได้ผลผลิตยอดเยี่ยม กระนั้นสิ่งสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามไปได้ก็คือรูปแบบหลังคาที่มีให้เลือกใช้งานต่างกันออกไป แต่จะมีชนิดไหน ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง เอาเป็นว่าเราไปติดตามพร้อม ๆ กันทางนี้เลยดีกว่า

3 รูปแบบหลังคาที่นิยมใช้กับโรงเรือนเพาะปลูก
1. โรงเรือนแบบหลังคาโค้ง
มากันที่โรงเรือนชนิดแรกกับรูปแบบหลังคาโค้ง ซึ่งสามารถประกอบได้เองไม่ใช่เรื่องยาก แนะนำหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเพื่อให้แสงแดดได้ส่องเข้ามาภายในอย่างทั่วถึง พืชพรรณได้รับความอิ่มเอมตรงนี้ไปเต็มที่ หลังคาแบบโค้งจะอาศัยลมในการพัดผ่านพาความร้อนไหลเวียนภายใน แต่ก็ต้องระวังเรื่องความร้อนที่ลอยตัวขึ้นด้านบนแล้วจะไหลออกจากหลังคาได้ยาก

2. โรงเรือนแบบหลังคาจั่ว
ไม่ว่าจะสร้างเป็นโรงเรือนปลูกผัก ปลูกพืช หรือต้นไม้ ก็มักจะนิยมใช้หลังคาจั่วอยู่เหมือนกัน ซึ่งหลังคาจำพวกนี้จะระบายอากาศได้อย่างดี นิยมเปิดส่วนหน้าจั่วให้โล่งยกสูง เพื่อระบายความร้อนภายในที่อยู่ด้านบนออกได้สะดวกมากขึ้น และยังมีโรงเรือนหลังคาจั่ว 2 ชั้น หรืออยู่แบบต่างระดับด้วย เพื่อกระจายการระบายความร้อนออกจากภายใน แม้จะมีฝนตกสาดก็ไม่สามารถเข้ามาถึงได้
ทั้งนี้ หากท่านไหนต้องการโรงเรือนแบบที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก โปร่ง ก็ทำแบบไม่มีผนังได้เช่นกัน หรือหลังคาแบบมุงวัสดุโปร่งแสงก็ได้ แต่หากต้องการปลูกผัก พืชที่ต้องการความชื้นสูง แนะนำก่อผนังอิฐแล้วฉาบปูนขึ้นมาครึ่งหนึ่งเพื่อป้องกันลม และรักษาความชื้นภายใน ไม่ทำให้ใบฉีกขาดง่าย

3. โรงเรือนหลังคาฟันเลื่อย
ตบท้ายกันที่โรงเรือนแบบหลังคาฟันเลื่อย หรือทรง ก. ไก่ ที่ด้านบนของหลังคาจะเปิดเป็นช่องกว้างอากาศถูกระบายออกได้ดี หรือเรียกว่าช่องระบายลมแบบรอยหยัก จะเป็นความร้อนในระดับไหนก็ตามหมดห่วง โปร่ง โล่งสบาย จัดเป็นโรงเรือนปลูกต้นไม้ พืชผักที่น่าสนใจ แต่เรื่องของราคาก็จะสูงมากกว่าโรงเรือนแบบหลังคาโค้ง

กระนั้นก็ตาม ยังมีโรงเรือนเพาะปลูกในลักษณะของตาข่ายไนลอนอยู่ด้วย ซึ่งช่วยเพาะปลูกพืชผัก รวมทั้งเพาะต้นกล้าของต้นไม้นานาชนิดได้อย่างดี วัตถุประสงค์หลักจะเน้นที่การป้องกันแมลง เหมาะกับท่านที่ไม่ต้องการใช้ยาฆ่าแมลง หรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เราสามารถดัดแปลงด้วยโครงสร้างที่แข็งแรงอย่างท่อ PVC, ไม้ไผ่, หลังคามุงพลาสติกพอลิเอทิลีนไม่ทำให้ฝนตกสาดเข้าก็ได้ แต่ทั้งนี้ควรยึดตาข่ายให้แน่นและตึงทุกด้าน จับทิศทางลมให้ดี ไม่ควรตั้งขวางทางลมเด็ดขาด มิเช่นนั้นจะพังชำรุด เสียหายได้

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.homepro.co.th/c/OUT0209

55


ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบันการดื่มเครื่องดื่มอย่างกาแฟเป็นเรื่องที่สะดวกขึ้น และไม่จำเป็นต้องไปซื้อตามร้านก็ได้แล้ว ด้วยเหตุว่ามีแคปซูลกาแฟช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นนั่นเอง กระนั้นเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านเป็นมือใหม่อาจไม่เคยรู้จักอย่างลึกซึ้งมาก่อน ในครั้งนี้จึงขออาสาพาไปศึกษาข้อมูลส่วนประกอบอย่างละเอียด พร้อมวิธีการชงที่ถูกต้องเป็นแนวทางการนำไปใช้ได้เลย

ส่วนประกอบของแคปซูลกาแฟอย่างละเอียด
อธิบายก่อนว่าแคปซูลใส่กาแฟเป็นตัวช่วยเอาใจคนชื่นชอบดื่มกาแฟอย่างที่สุด ด้วยลักษณะการใช้งานที่ง่ายมาก ๆ และยังเก็บรักษาได้สะดวกสบายขั้นสุด ทั้งนี้เพราะตัวผงกาแฟบดจะถูกบรรจุอยู่ในแคปซูลแล้ว ซึ่งลักษณะจะเป็นถ้วยเล็ก ๆ มีฝาปิดด้านบนซึ่งใข้วัสดุที่แตกต่างกัน คือ
- พลาสติก หรือพอลิเมอร์ : เป็นตัวบรรจุด้านล่าง สีขาวขุ่น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นำมาใช้ไม่ก่ออันตรายอย่างแน่นอน
- โพลีเมอร์ฟอยล์อลูมิเนียม และเซลลูโลส : จะมีลักษณะเป็นสีเลื่อม ๆ สดใส การเก็บรักษาก็ง่ายอีกเช่นกัน
- อะลูมิเนียม : ตัวกาแฟแคปซูลจะทำมาจากอะลูมิเนียมส่วนใหญ่ โดยฟอยล์ด้านบนจะป้องกันเครื่องดื่มที่สัมผัสโลหะได้ดี ส่วนใหญ่นำมาใช้ชงซ้ำได้ หรือที่เรียกว่าแคปซูลใช้ซ้ำ ทั้งนี้ มีข้อดีอยู่ไม่น้อยตรงที่ช่วยประหยัดเงิน รสชาติเข้มข้น อร่อย แต่หากหมดอายุการใข้งานแล้วให้โยนทิ้งไปเลยอย่าเอามาใช้ซ้ำ

วิธีการชงกาแฟแบบแคปซูลที่ถูกต้อง
การชงกาแฟแคปซูล nespresso หรือยี่ห้อใดก็ตาม จริง ๆ แล้วต้องใช้ร่วมกับเครื่องชงด้วย โดยจะมีช่องพิเศษที่เอาไว้กรองน้ำกาแฟ โดยจะเป็นการกดบดเอาน้ำร้อนไปต้มแล้วเกิดแรงดันสูงมาเป็นกาแฟสำเร็จรูปในที่สุด หลังจากนั้นก็นำแคปซูลไปทิ้งทันที แต่ถ้าเป็นแบบใช้ซ้ำได้ก็นำมาใช้ซ้ำต่อจนกว่าจะหมดอายุการใช้งาน
- แคปซูลจะถูกนำเข้าสู่เครื่อง และเป็นแบบ punctured ทั้ง 2 ด้าน
- เมื่อแคปซูลเข้าไปแล้วน้ำร้อนก็จะไหลมาตรงหลุมใดหลุมหนึ่งทันที ซึ่งแรงดันก็สูงที่ 10 – 20 บาร์
- น้ำร้อนก็จะทำปฏิกิริยากับแคปซูลแล้วกลายเป็นน้ำกาแฟให้ดื่มในที่สุด
แอบกระซิบว่าไม่ได้มีเฉพาะกาแฟที่ชงด้วยน้ำร้อนเท่านั้น หลาย ๆ แบรนด์พัฒนาสูตรของตัวเองให้ชงในน้ำเย็นได้แล้วด้วย เป็นแบบ ICE TEA, ICE AMERICANO ฯลฯ

ปัจจุบันมีแคปซูลกาแฟให้เลือกซื้อเลือกหาหลากหลายยี่ห้อมาก ก่อนจะซื้อใช้งานจึงอยากแนะนำให้เลือกแบรนด์ที่ได้มาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ ได้รับเครื่องหมายความปลอดภัยจากหน่วยงาน อย. แล้ว และราคาก็ต้องอยู่ในมาตรฐานด้วย อาทิเช่น NESTLE CAFE AU LAIT, NESTLE SBUX Caramel Macchiato, NESTLE NEW AMERICANO, NESTLE CAFE AU LAIT, VITTORIA COFFEE VCC-0002 ฯลฯ หวังว่าจะช่วยให้การซื้อกาแฟของคุณลดค่าใช้จ่ายลง เนื่องจากหันมาชงเองแบบง่าย ๆ รสชาติบอกเลยว่าเหมือนซื้อร้านแน่นอน

เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่
Official Website : https://www.homepro.co.th/c/APP080202

56


ปัญหาตู้เย็น Mitsubishi แบบ 2 ประตูไม่เย็นมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่เราจะรู้ได้ยังไงว่าตอนนี้กำลังมีปัญหานี้อยู่ อาการ และสาเหตุเป็นอย่างไรบ้าง เอาเป็นว่าอย่ารอช้ารีบไปศึกษาข้อมูลกันเลยดีกว่า เพื่อให้เกิดความเข้าใจและจะได้ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้อย่างเหมาะสม ไม่ต้องเสียเงินเสียทองซื้อใหม่ในราคาแพง

อาการและสาเหตุของตู้เย็น Mitsubishi แบบ 2 ประตูไม่เย็น
1. ช่องแช่เย็น แช่แข็งมีปัญหาทั้งที่ไฟภายในติด
หากสังเกตได้ว่าช่องแช่เย็น และแช่แข็งไม่เย็นเลย ก็ต้องตรวจสอบการทำงานของคอมเพรสเซอร์ด้านหลังให้ดี ทั้งนี้เพราะถ้ายังมีการทำงานแบบปกติเครื่องจะมีเสียงอยู่ตลอด แต่หากไม่ได้ยินเสียงก็เท่ากับว่าคอมเพรสเซอร์ชำรุดเสียหายได้ ทำให้ไม่เย็นแม้ไฟในตู้จะติดอยู่ก็ตาม แนะนำหาช่างมาเปลี่ยนดีกว่า

2. ขอบยางเสื่อมสภาพ
เมื่อใช้งานตู้เย็น mitsubishi 2 ประตูเป็นเวลานานก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าขอบยางของเครื่องจะเกิดการเสื่อมสภาพได้ ทำให้การปิดประตูไม่สนิท และเมื่อไม่สนิทก็ทำให้ภายในไม่เย็น แนะนำว่าควรสังเกตที่ขอบยางหากกดไปแล้วไม่นิ่มมือเท่ากับยางเสื่อมสภาพเรียบร้อย ให้นำน้ำอุ่นไปราดแล้วบีบนวด แต่ถ้ายังไม่กลับมานิ่มเหมือนเดิมควรเปลี่ยนขอบยางใหม่ไปเลย

3. ช่องแช่แข็งเย็น แต่ช่องแช่เย็นไม่เย็น
หากมีการตรวจสอบแล้วพบว่าคอมเพรสเซอร์ยังทำงานได้ปกติดี ให้สังเกตที่ช่องแช่น้ำแข็งเลย หากมีน้ำแข็งดันล้นออกมาเท่ากับว่าระบบเซนเซอร์ตรวจจับน้ำแข็งชำรุดเสียหาย คอมเพรสเซอร์เลยทำงานอยู่ตลอดจนเย็นจัด แล้วเกิดน้ำแข็งมาเกาะผิดปกติ

4. จัดของไม่เป็นระเบียบทำให้ปิดบังทางลม
บางครั้งตู้เย็น 2 ประตู Mitsubishi ไม่เย็นก็เกิดมาจากการจัดของไม่เป็นระเบียบได้ด้วย จนทำให้เกิดการอุดตันที่ช่องลมเย็น ไม่สามารถปล่อยลมเย็นออกมาได้ ไม่เกิดการหมุนเวียนภายในเครื่องมาก มีผลให้มีปัญหาไม่เย็น ซึ่งการแก้ไขง่ายมาก แค่คุณจัดเรียงระเบียบภายในดี ๆ เปิดช่องทางลมเอาไว้ รับรองว่ามีกี่ประตูก็เย็นทั้งหมด

5. การขนย้ายแบบผิด ๆ ก็ทำให้เครื่องไม่เย็น
การขนย้ายแบบผิด ๆ ก็ก่อให้เกิดปัญหาตู้เย็นไม่มีความเย็นได้เช่นเดียวกัน ซึ่งก่อนจะมีการขนย้ายต้องถอดปลั๊กทิ้งไว้ก่อน 48 ชม. แล้วให้ลองเสียบใช้งานใหม่ ถ้าผ่านไปมากกว่า 3 ชั่วโมง แต่ตู้ก็ยังไม่เย็นให้ถอดปลั๊กออกทันที เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายที่คอมเพรสเซอร์ จากนั้นให้ช่างผู้เชี่ยวชาญมาไล่รื้อระบบใหม่

ตู้เย็น Mitsubishi ปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลาย ซึ่งโอกาสที่ใช้ไปนานแล้วเกิดตู้ไม่เย็นเกิดขึ้นได้ตลอด ทว่าหากไม่เย็นก็ลองหาสาเหตุได้เลยตามข้างต้น เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างตอบโจทย์ แต่กระนั้นหากเพิ่งซื้อมาหมาด ๆ แล้วเกิดปัญหานี้ให้ติดต่อผู้ขายเคลมสินค้าก่อนเลยจะเป็นการดีที่สุด

เข้าชมเว็บไซต์ได้ที่
Official Website : https://www.homepro.co.th/c/APP09?b=mitsubishi

57


หลายคนคงเคยได้ยินคำแนะนำว่าให้เลือกใช้เครื่องครัวไฟฟ้า อย่างกระทะปิ้งย่างไปเลยด้วยความน่าสนใจที่หลากหลาย จัดเมนูเด็ดได้เพียบ ทว่าบางคนอาจมีความลังเลไม่เชื่อมั่นว่าเหมาะกับตนเองเพียงใด รวมถึงไม่เคยใช้มาก่อนอยากทราบว่าสิ่งไหนที่ควรทำเพื่อเป็นแนวทางการใช้งานไม่เกิดปัญหาต้องซื้อใหม่ ไม่รอช้ามีรายละเอียดมาให้ศึกษา เพื่อการนำไปปรับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กระทะปิ้งย่างเหมาะสำหรับใครบ้าง ทำไมต้องใช้งาน
เตาปิ้งย่างแบบกระทะนั้นเหมาะกับทุก ๆ คนที่ชอบการรับประทานอาหารประเภทปิ้งย่าง จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น เคลื่อนย้ายได้ง่ายมาก ๆ ทั้งนี้เพราะมีน้ำหนักที่เบา ไม่ต้องเสียเวลามาก่อไฟ แค่เปิดเตาก็ใช้พลังงานไฟฟ้าช่วยเพิ่มความร้อนได้แล้ว กำลังไฟมากกว่า 1,400 วัตต์ถือว่ากำลังดี ตอบโจทย์คนที่ชื่นชอบการไปปิกนิก หรือออกแคมป์นอกสถานที่ต่าง ๆ
ซึ่งปัจจุบันต้องยอมรับว่าใน 1 เตาไม่ได้มีแค่ปิ้งย่างเท่านั้น แต่ยังสามารถต้มได้ด้วย เหตุเพราะมีหม้อต้มในเตาเดียวกัน ที่สำคัญอุปกรณ์เตาปิ้งย่างไฟฟ้านั้นมีการเคลือบสารกันติด จึงสามารถผัดหรือทอดได้หมดเลย ช่วยให้การทำความสะอาดง่ายเพิ่มมากขึ้น บางรุ่นมีถาดรองน้ำมันในตัวไปอีกก็ยิ่งเก็บน้ำมันไม่ยาก ดีกับคนยุคปัจจุบันอย่างที่สุด

แล้วมีสิ่งใดที่ไม่ควรทำกับเตาไฟฟ้าบ้าง??
แม้กระนั้น มีสิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อเลือกใช้งานเตาหมูกระทะไฟฟ้าอยู่ด้วย คือ ห้ามปล่อยทิ้งไว้หลังทานเสร็จ ต้องรีบทำความสะอาดในทันที ไม่อย่างนั้นจะเกิดคราบเปื้อน และสิ่งสกปรกชนิดที่คราบติดค้างฝังแน่น นอกจากนี้ ไม่ควรวางของแข็งลงบนเตาโดยตรง เนื่องจากเตาจะรับน้ำหนักมากทำให้เกิดการพังชำรุดได้

การจัดเก็บก็ไม่ควรนำเตาไปวางในที่ถูกแสงแดดส่องถึง หรือโดนฝน เหตุเพราะจะเสื่อมประสิทธิภาพหรือชำรุดแบบไม่รู้ตัว เมื่อนำมาใช้อาจเกิดอันตราย

ส่วนกำลังไฟก็ควรใช้แบบพอดี อย่าใช้ไฟสูงตลอด ให้สลับสูงต่ำบ้าง เพราะการใช้สูงตลอดเครื่องจะมีความร้อนสะสม และจะพังได้เร็วมากกว่าเดิม

หากท่านใดที่ไม่มั่นใจในการทำความสะอาดกระทะปิ้งย่าง แนะนำว่าให้ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ ฟองน้ำ ร่วมกับน้ำยาล้างจาน โดยหลังใช้เสร็จให้ปล่อยจนเตาหายร้อน ต่อจากนั้นก็นำน้ำยาล้างจานผสมน้ำแล้วเอาฟองน้ำชุบเช็ดล้างจนกว่าจะสะอาดได้เลย หากมีคราบหนักสามารถใช้เบกกิ้งโซดาช่วยได้ เวลาล้างน้ำอย่าให้ไปโดยแผงเตาเชื่อมไฟฟ้าด้วย เมื่อล้างเสร็จก็เอาผ้าไมโครไฟเบอร์มาเช็ดอีกรอบเท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.homepro.co.th/c/APP0807

58


หน้าจอมอนิเตอร์นั้นมีได้ทั้งที่เป็นแบบคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และTV ซึ่งความสะอาดของหน้าจอถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก กระนั้นหากใครไม่ต้องการไปซื้อน้ำยาทำความสะอาดเองก็สามารถทำได้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่บางท่านอาจไม่รู้ว่าทำยังไง จึงมีขั้นตอนมาแนะนำอีกเช่นเคย รับประกันว่าพร้อมทำให้หน้าจอของคุณ ๆสะอาดเอี่ยมแน่นอน

วิธีทำน้ำยาเช็ดหน้าจอมอนิเตอร์ด้วยตนเอง ไม่ใช่เรื่องยาก
การทำน้ำยาเช็ดหน้าจอนั้นต้องใส่ใจตั้งแต่เลือกส่วนผสม ซึ่งขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก เริ่มลงมือทำจากการเลือกน้ำให้เหมาะสม ไม่แนะนำให้ใช้น้ำก๊อก เพราะว่าจะมีแร่ธาตุ มีตะกรันอยู่ภายใน เมื่อนำไปเช็ดก็จะเกิดอันตรายต่อหน้าจอได้ ให้หาเป็นน้ำกลั่นที่มีขายตามร้านขายยา หรือปั๊มน้ำมัน ไม่ก็ทำน้ำกลั่นเอาเองเลย

เมื่อได้น้ำมาแล้วก็ให้เติมสารทำความสะอาด โดยทั่วไปนิยมใช้เป็น 2 ชนิดคือ น้ำส้มสายชูกลั่นขาว และ isopropyl alcohol (เลือกได้ตามความต้องการ) ซึ่งทั้ง 2 ชนิดนี้มีคุณสมบัติที่ช่วยขจัดคราบแบบฝังแน่นได้ดี แต่ไม่แนะนำให้เอามาผสมกัน โดยมีคำแนะนำเพิ่มเติมดังนี้
- กรณีที่เลือกใช้ isopropyl alcohol อย่าผสมกับน้ำกลั่นที่เข้มข้นมากกว่า 50 : 50 กรณีใช้น้ำส้มสายชูกลั่นให้ใช้เริ่มต้นจาก 50 : 50 ถ้าน้ำยาไม่แรงมากพอ ก็สามารถเพิ่มน้ำส้มสายชูกลั่นมากขึ้นเรื่อย ๆ ได้เลย
- ในกรณีที่หาไม่ได้จริง ๆ แนะนำให้ใช้วอดก้าแทนได้ (แทน isopropyl alcohol)
- ห้ามนำน้ำยาเช็ดกระจกมาใช้ ทั้งนี้เพราะถือว่ามีส่วนผสมของสารทำความสะอาดแอมโมเนียอยู่ หน้าจออุปกรณ์พวกจอคอมพิวเตอร์, ทีวี, โน้ตบุ๊ก ฯลฯ เสื่อมสภาพ หรือด่างได้

แนะนำวิธีเช็ดกระจกหน้าจออย่างถูกต้อง
จะอย่างไรก็ตาม อยากแนะนำถึงการเช็ดทำความสะอาดจอ monitor อย่างถูกวิธี โดยเริ่มต้นจาการปิดหน้าจอ สังเกตดูว่ามีคราบฝัง สิ่งสกปรกติดตรงไหนบ้าง ต่อจากนั้นก็เอาผ้าแห้งมาเช็ดฝุ่นออก เช่น ผ้าไมโครไฟเบอร์, เสื้อยืดคอตตอน โดยเช็ดลักษณะวงกลมช้า ๆ หน้าจอก็จะไม่เป็นรอย ไม่จำเป็นต้องออกแรงกดใด ๆ

นำน้ำยามาฉีดพ่นที่ผ้า ห้ามฉีดที่หน้าจอโดยตรง จากนั้นก็เช็ดหน้าจอไปในทิศทางเดียวกันได้เลย ถ้ามีคราบฝังแน่นก็อย่าไปออกแรงกด หรือขูดเอาคราบออก รอให้น้ำยาทำปฏิกิริยาเองดีที่สุด ทั้งนี้เพราะคราบจะหลุดออกได้ง่ายมากขึ้น อาจต้องเช็ดเบา ๆ ซ้ำหลายทีเพื่อให้คราบหลุด

แต่หากท่านใดที่คิดว่าอยากซื้อเป็นน้ำยาทำความสะอาดหน้าจอมอนิเตอร์โดยตรง ไม่อยากทำเอง ก็มีให้เลือกซื้อหลากหลาย ทั้งนี้ แนะนำว่าให้อ่านรีวิวจากผู้ใช้งานคนอื่น ๆ ก่อน อาจใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ หรือแผ่นทำความสะอาดโดยตรงมาเช็ดเลยก็ได้ ลดเวลาการซักผ้าออกไปเนื่องจากเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง ท่านใดชอบแบบไหนเลือกได้เลย เพื่อหน้าจอที่สะอาดมองเห็นทุกสิ่งอย่างชัดเจนเหมือนใหม่

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.homepro.co.th/c/TVA1101

59


เมื่ออ้างอิงถึง “หม้อทอด” ทุกท่านมักรู้สึกคล้ายกันว่าใช้แล้วดีช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง กระนั้นเครื่องครัวดังกล่าวสามารถช่วยได้จริงหรือเป็นเพียงแค่การโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น แน่นอนว่าเราอยากให้ทุก ๆ คนได้ทำความเข้าใจกันแบบจริงจังถูกต้อง จึงรวบรวมรายละเอียดมาให้ทำความเข้าใจผ่านบทความนี้

ความอันตรายของการทานของทอดเป็นประจำ
ต้องบอกเลยว่าการทานอาหารที่ผ่านกระบวนการทอดนั้นมีโอกาสเพิ่มระดับความดันโลหิต มีคอเลสเตอรอลสูง และเกิดโรคอ้วนได้เป็นอันดับต้น ๆ ทั้งยังมีงานวิจัยระบุว่าการทานอาหารทอดสัปดาห์ละ 1 – 3 ครั้ง ยังเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจขาดเลือดถึง 7% ส่วนผู้ที่ทานทุกวันก็จะมีความเสี่ยงของโรคเพิ่มมากขึ้น 14% เมื่อเทียบกับคนที่ทานของทอดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพราะฉะนั้นการใช้งานอุปกรณ์ชนิดนี้จึงถูกใจคนรักของทอดอย่างมาก

หม้อทอดอีกทางเลือกเพื่อสุขภาพจริงหรือหลอก??
1. ลดความเสี่ยงรับสารก่อมะเร็ง
สารอะคริลาไมด์ที่พบได้ในของทอด คาดว่าเป็นสารก่อมะเร็งอีกชนิดที่เกิดจากปฏิกิริยาทางเคมีเมื่อนำอาหารคาร์โบไฮเดรตสูงไปผ่านความร้อน 120 องศาเซลเซียส อย่าง มันฝรั่งทอด เฟรนฟรายส์ อาหารเช้าซีเรียล ฯลฯ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าหม้อทอดไฟฟ้าช่วยลดปริมาณสารที่ว่าในอาหารได้มากถึง 90% เมื่อเทียบกับการทอดด้วยน้ำมันท่วม ๆ

2. ช่วยลดปริมาณแคลอรีของร่างกาย
อีกปัญหาสุขภาพคือการมีแคลอรีมีมากเกินไป เมื่อทำอาหารผ่านอุปกรณ์ชนิดนี้ก็จะช่วยลดปริมาณแคลอรีได้มากกว่า 70 – 80% โดยปริมาณมีน้อยกว่าอย่างที่บอกเมื่อเทียบกับการทอดน้ำมันท่วม ๆ เนื่องมาจากจะใช้น้ำมันมากถึง 750 มิลลิลิตร ขณะที่การใช้หม้อช่วยทอดแบบไร้มันน้ำไม่ต้องเติมน้ำมันเพิ่ม หรือใช้ประมาณ 15 มิลลิลิตร (1 ช้อนโต๊ะ) เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม หม้อทอดไร้น้ำมันยังมีข้อควรรู้และควรระวังอื่น ๆ ช่วยให้ตัดสินใจใช้งานได้ดีมากขึ้น
- การทำงานของหม้อจะเป็นการเพิ่มความร้อนในเวลาอันสั้น ทำให้อาหารไหม้ง่าย ในการใช้งานจึงควรตั้งค่าไฟความร้อนให้ดี เนื่องจากความไหม้เกรียมทำให้เกิดสารก่อมะเร็งได้เหมือนกัน
- ช่วยลดปริมาณน้ำมันในอาหารนั้น ๆ ได้จริง แต่ก็ไม่แนะนำให้รับประทานเยอะ รับประทานเป็นประจำ เพราะจะเกิดปัญหาต่อร่างกาย ได้แก่ โรคมะเร็งบางชนิด โรคเบาหวาน โรคหัวใจล้มเหลว ความดันโลหิตสูง
- เลือกวัตถุดิบที่มีผลดีต่อร่างกายจะดีกว่า อาทิเช่น ปลาแซลมอน อกไก่ หรือเนื้อที่ไม่มีมันติด เพราะหากทานแต่ของแช่แข็ง มันฝรั่งทอด เฟรนฟรายส์บ่อย ๆ ร่างกายจะได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน

หม้อทอดถือเป็นเครื่องครัวที่น่าสนใจมาก ๆ และการันตีว่าเป็นทางเลือกเรื่องสุขภาพได้จริง แต่ก็ไม่ควรเลือกทานอาหารทอดเป็นประจำ เนื่องจากจะส่งผลในระยะยาวได้ แนะนำรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และหมั่นออกกำลังกายด้วย เพื่อความแข็งแรงปราศจากโรคภัย

ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.homepro.co.th/c/APP080503

60


หากคุณเป็นอีกคนที่มีความสนใจอยากใช้งานกล้องวงจรปิด หรือ CCTV โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นแบบไร้สาย (Wi – Fi) ทราบหรือไม่ว่ามีให้เลือกแยกออกไปอีกด้วย แต่จะเป็นชนิดไหนบ้างคงมีหลายคนเกิดคำถามอยู่พอสมควร จึงไม่พลาดในการนำข้อมูลมาให้ทำความเข้าใจอย่างละเอียดอีกเช่นเคย เพื่อการเลือกใช้ที่ตอบโจทย์ ได้ประสิทธิภาพการทำงานไปแบบเต็ม ๆ

ทำความรู้จักประเภทของกล้องวงจรปิดชนิดไร้สาย
CCTV ที่เป็นชนิดไร้สายนั้นได้พิสูจน์กันแล้วว่ามีหลาย ๆ คนวางใจเลือกใช้บริการ ด้วยความทันสมัย ปลอดภัย และค่าใช้จ่ายในการติดตั้งแสนถูก สามารถเลือกนำไปติดตั้งไว้ได้หลากหลายรูปแบบ เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานมากขึ้น โดยมีให้เลือกด้วยกัน 2 ประเภทคือ
1. CCTV อนาล็อกชนิดไร้สาย
กล้องวงจรปิดไร้สายอนาล็อกคือ การส่งสัญญาณภาพ และการใช้คลื่นวิทยุความถี่ ที่ปกติแล้วก็จะมีการส่งสัญญาณ 300 ฟุต หรือ 91 เมตร สามารถมองเห็นได้โดยรอบ ในพื้นที่ที่เป็นผนัง ประตู เฟอร์นิเจอร์ หรือพื้นที่เปิดได้หมดเลย และยิ่งมีสิ่งกีดขวางมากก็จะลดช่วงได้ดี ปัจจุบันทำงานบนความถี่ 2.4 ที่เป็นของใช้ภายในครัวเรือน อย่างไมโครเวฟ วิดีโอเกมส์ โทรศัพท์ไร้สาย  ส่วน Wi – Fi ที่เรารู้จักกันดีก็จะทำงานบนความถี่ 900 MHz เป็นสัญญาณที่ดูได้จากสถานที่ที่แตกต่างด้วยสัญญาณอินเทอร์เน็ตนั่นเอง ข้อด้อยคือจะไวต่อการรบกวนจากอุปกรณ์อื่น ๆ ในครัวเรือน

2. CCTV ดิจิทัลแบบไร้สาย
จะเป็นลักษณะของการแปลงสัญญาณเสียง และวิดีโอแบบอนาล็อกเป็นแบบสัญญาณเข้ารหัส โดยจุดเด่นจะส่งสัญญาณได้ทั้งไกลถึง 450 ฟุต สามารถสื่อสารกันได้ 2 ทาง ระหว่างเครื่องรับสัญญาณและกล้อง CCTV โดยจะส่งสัญญาณไม่ว่าไฟจะติดหรือดับได้หมดเลย สามารถรับอุปกรณ์มากกว่า 1 ตัวด้วย
การใช้งานนั้นสามารถเอาไปใช้เฝ้าระวังความปลอดภัยภายในสำนักงาน อาคาร บ้าน หรือสถานที่ที่คิดว่าต้องเฝ้าจับตาเป็นพิเศษ สามารถออกแบบติดตั้งเองได้ ทั้งนี้ เมื่อพูดถึงช่วงสัญญาณกล้องวงจรปิด wifi ที่ใช้ได้ ก็จะอยู่ระหว่าง 250 – 450 ฟุตกลางแจ้ง หรือ 100 150 ฟุตในตัวอาคาร และจะมีความแตกต่างกันระหว่างสัญญาณขึ้นอยู่กับประเภทวัสดุก่อสร้าง และวัตถุที่สัญญาณไร้สายผ่านได้

กล้องวงจรปิดมีความสำคัญต่อทุกคนอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจดูเป็นหูเป็นตา ทั้งนี้ บางรุ่นก็มีแบบสามารถมองเห็นในแอปพลิเคชันทางมือถือได้ด้วย ต้องการเช็กข้อมูลช่วงเวลาไหนก็สามารถเปิดเข้าไปได้เลยตลอด 24 ชม. บางรุ่นมีสีสันสดใส มีเสียงให้ได้ยินร่วมด้วย หรือแค่นำไปวางไว้ตามจุดต่าง ๆ ทำการตั้งค่าให้เรียบร้อย เท่านี้ก็เสร็จสิ้น ไม่ต้องเสียเวลา เสียเงินจ้างช่างติดตั้ง จัดเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่ใช้ได้ดีมีประสิทธิภาพ

ดูสินค้าเพิ่มเติมได้ที่
Official Website : https://www.homepro.co.th/c/TOO020302

หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7





















กลยุทธ์การหาลูกค้าใหม่
ทํายังไงให้ขายของดี ออนไลน์
วิธีการหาลูกค้าของ sale
วิธีหาลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย
การหาลูกค้าใหม่ รักษาลูกค้าเก่า
ช่องทางการเข้าถึงลูกค้า
เพิ่มฐานลูกค้าใหม่
รวมเว็บลงประกาศฟรี ล่าสุด
รวมเว็บประกาศฟรี
โพสต์ขายของฟรี
ลงโฆษณาสินค้าฟรี
โฆษณาฟรี
ประกาศฟรี
เว็บฟรีไม่จำกัด
ทำ SEO ติด Google
ลงประกาศขาย
เว็บฟรียอดนิยม
โพสโฆษณา
ประกาศขายของ
ประกาศหางาน
บริการ แนะนำเว็บ
ลงประกาศ
รวมเว็บประกาศฟรี
รวมเว็บซื้อขาย ใช้งานง่าย
ลงประกาศฟรี ทุกจังหวัด
ต้องการขาย
ปล่อยเช่า บ้าน คอนโด ที่ดิน
ขายบ้าน คอนโด ที่ดิน
ประกาศฟรี ไม่มี หมดอายุ
เว็บประกาศฟรี ติดอันดับ
ฝากร้านฟรี โพ ส ฟรี
ลงประกาศฟรี กรุงเทพ
ลงประกาศฟรี ทั่วไทย
ลงประกาศโฆษณาฟรี
ลงประกาศฟรี 2023
รวมเว็บลงประกาศฟรี

หากลยุทธ์เพิ่มยอดขาย
ทําไงให้ลูกค้าเข้าร้านเยอะ ๆ
กลยุทธ์เพิ่มยอดขาย
เคล็ดลับขายของดี
ค้าขายไม่ดีทำอย่างไรดี
งานโพสโปรโมทงาน
ทํายังไงให้ขายของดี ออนไลน์
รวม SMFขายสินค้า
ประกาศฟรีออนไลน์
ลงประกาศ สินค้า
เว็บบอร์ด โพสต์ฟรี
ลงประกาศ ซื้อ-ขาย ฟรี
ชุมชนคนไอทีขายสินค้า
ลงประกาศฟรีใหม่ๆ 2023
โปรโมทธุรกิจฟรี
โปรโมทสินค้าฟรี
แจกฟรี รายชื่อเว็บลงประกาศฟรี
โปรโมท Social
โปรโมท youtube
แจกฟรี รายชื่อเว็บ
แจกฟรีโพสเว็บบอร์ดsmf
เว็บบอร์ดsmfโพสฟรี
รายชื่อเว็บบอร์ดขายสินค้าฟรี
ลงประกาศฟรี เว็บบอร์ด
เว็บบอร์ดขายสินค้าฟรี
ฟรี เว็บบอร์ด แรงๆ
โพสขายสินค้าตรงกลุ่มเป้าหมาย
โฆษณาเลื่อนประกาศได้
ขายของออนไลน์
แนะนำ 6 วิธีขายของออนไลน์
อยากขายของออนไลน์
เริ่มต้นขายของออนไลน์
ขายของออนไลน์ เริ่มยังไง
ชี้ช่องขายของออนไลน์
การขายของออนไลน์
สร้างเว็บฟรีประกาศ

ไม่รู้จะขายอะไรดี
อยากขายของดี
ขายของออนไลน์ยังไงให้มีคนซื้อ
ขายสินค้าไม่สต๊อกสินค้า
เริ่มขายของออนไลน์
รับทำ seo ด่วน
smf โพสฟรี
smf ขายของออนไลน์อะไรดี
smf โพสฟรี
อยากขายของออนไลน์ smf
ขายของออนไลน์ยังไงให้มีคนซื้อ
smf เริ่มต้นขายของออนไลน์
ไอ เดีย การขายของออนไลน์
เว็บขายของออนไลน์
เริ่ม ขายของออนไลน์ โพสฟรี
smf ขายของออนไลน์ที่ไหนดี
เทคนิคการโพสต์ขายของ
smf โพสต์ขายของให้ยอดขายปัง
โพสต์ขายของให้ยอดขายปังโพสฟรี
smf ขายของในกลุ่มซื้อขายสินค้า
โพสขายของยังไงให้มีคนซื้อ
smf โพสขายของแบบไหนดี
โพสฟรีแคปชั่นโพสขายของยังไงให้ปัง
smf แคปชั่นแม่ค้าออนไลน์
แคปชั่นแม่ค้าออนไลน์ โพสฟรี
ขายของให้ออร์เดอร์เข้ารัว ๆ
smf โพสต์เรียกลูกค้า
โพสต์เรียกลูกค้าโพสฟรี
smf ขายของออนไลน์ให้ปัง
smf โพสต์ขายของ
smf เขียนโพสขายของโดนๆ
แคปชั่นเปิดร้าน โพสฟรี
smf วิธีโพสขายของให้น่าสนใจ
วิธีเพิ่มยอดขาย โพสฟรี
smf เทคนิคเพิ่มยอดขาย

โพสกระตุ้นยอดขาย
วิธีกระตุ้นยอดขาย เซลล์
วิธีแก้ปัญหายอดขายตก
เริ่มต้นขายของ
แหล่งรับของมาขายออนไลน์
ขายของออนไลน์อะไรดี
อยากขายของออนไลน์
เพิ่มยอดขายให้เข้าเป้า
เว็บบอร์ดฟรี
โปรโมทฟรี
มีลูกค้าเพิ่ม - YouTube
ผลักดันยอดขายโปรโมทฟรี
โปรโมทผลักดันยอดขาย
โปรโมทแผนการเพิ่มยอดขายให้ได้ผล
โปรโมทวิธีการวางแผนการเพิ่มยอดขาย
ยอดขายไม่ดีควรทำอย่างไร
ยอดขายตกเกิดจากอะไร
ทำไมต้องเพิ่มยอดขาย
ขายฟรี
ยอดการขาย คืออะไร
กลยุทธ์เพิ่มยอดขาย
โพสฟรีการกระตุ้นยอดขาย
โปรโมทกระตุ้นยอดขาย
โปรโมทฟรีออนไลน์กระตุ้นยอดขาย
ประกาศฟรีเพิ่มยอดขาย
ลงประกาศเพิ่มยอดขาย
ฝากร้านฟรีเพิ่มยอดขาย
ลงประกาศฟรีใหม่ ๆ เพิ่มยอดขาย
เว็บประกาศฟรีเพิ่มยอดขาย
Post ฟรี
ประกาศขายของฟรี
ประกาศฟรี
โพส SEO
ลงโฆษณาฟรี
โปรโมทเพจร้านค้า