ระวัง “แผลกดทับ” ในผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารสายยาง !ภาวะ "แผลกดทับ" (Pressure Sores) ในผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายยางไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่ร่างกายส่วนล่างเท่านั้นนะครับ แต่ยังมีจุดเฉพาะที่เกิดจาก "ตัวสายยาง" โดยตรง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ดูแลมักมองข้ามไปจนกลายเป็นแผลเรื้อรังครับ
เพื่อให้คุณเฝ้าระวังได้อย่างครบถ้วน ผมสรุปจุดเสี่ยงและวิธีป้องกันมาให้ดังนี้ครับ
1. แผลกดทับจาก "ตัวสายยาง" (Medical Device Related)
จุดนี้สำคัญมากสำหรับผู้ป่วยที่ใส่สายทางจมูก (NG Tube) ครับ:
ปีกจมูกและรูจมูก: สายยางที่แข็งหรือถูกดึงรั้งนานๆ จะกดทับเนื้อเยื่ออ่อนจนเป็นแผลลึก
วิธีป้องกัน: 1. เปลี่ยนตำแหน่งการติดพลาสเตอร์ ทุก 1-2 วัน ไม่ให้สายกดทับจุดเดิมซ้ำๆ
2. ขยับสายขึ้น-ลง หรือหมุนสายเบาๆ เล็กน้อย (ตามคำแนะนำพยาบาล) เพื่อเปลี่ยนจุดสัมผัสภายใน
3. ใช้พลาสเตอร์ชนิดอ่อนโยนต่อผิวหนัง (Hypoallergenic tape) เพื่อลดการระคายเคือง
ผนังกระเพาะอาหาร (สำหรับสาย PEG): หัวยึดสายด้านในอาจกดผนังกระเพาะจนอักเสบ
วิธีป้องกัน: หมุนสายรอบตัวเอง 360 องศา วันละ 1 ครั้ง และขยับสายเข้า-ออกเล็กน้อย (ประมาณ 1 ซม.) เพื่อไม่ให้หัวยึดติดแน่นกับที่เดิมนานเกินไป
2. แผลกดทับที่ "ร่างกาย" (จากท่าให้อาหาร)
เนื่องจากผู้ป่วยต้องอยู่ในท่าหัวสูง (45 องศา) เป็นเวลานานเพื่อป้องกันการสำลัก แรงกดจะไปตกอยู่ที่จุดล่างของร่างกาย:
ก้นกบและสะโพก: ท่าครึ่งนั่งครึ่งนอนทำให้น้ำหนักกดลงที่ก้นกบมากกว่าท่านอนราบ
ส้นเท้า: หากจัดท่าไม่ดี ส้นเท้าจะเสียดสีกับเตียงขณะผู้ป่วยพยายามยันตัว
วิธีป้องกัน: 1. ใช้หมอนรองนิ่มๆ หนุนใต้พับเข่าและตาตุ่ม เพื่อกระจายแรงกด
2. หลังให้อาหารผ่านไป 1 ชั่วโมง (เมื่อย่อยเสร็จ) ต้องรีบพลิกตะแคงตัว เพื่อเปลี่ยนจุดลงน้ำหนักทันที
📊 ตารางสรุป: การเช็กแผลกดทับประจำวัน
จุดที่ต้องเช็ก สัญญาณเตือน (ระยะที่ 1) สิ่งที่ต้องทำทันที
ปีกจมูก ผิวหนังแดงช้ำ ไม่หายไปเมื่อกด เปลี่ยนตำแหน่งพลาสเตอร์ และทาครีมบำรุงผิว
รอบรูเจาะหน้าท้อง บวม แดง หรือผิวหนังเปื่อย ทำความสะอาดให้แห้งสนิท และเช็กความแน่นของสาย
ก้นกบ/ก้นย้อย รอยแดงเข้ม หรือผิวหนังเริ่มอุ่นกว่าปกติ พลิกตัวตะแคงทันที และใช้ที่นอนลมช่วยกระจายแรง
💡 เคล็ดลับ: "ความสะอาดในร่มผ้า"
ผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายยางมักมีโอกาสถ่ายเหลวได้บ่อย (จากสูตรอาหารหรือยา) ความเปียกชื้นจากอุจจาระและปัสสาวะ จะทำให้ผิวหนังอ่อนแอและเกิดแผลกดทับได้เร็วขึ้น 5-10 เท่าครับ
ต้องล้างทำความสะอาดและซับให้แห้งสนิท ทันทีที่ผู้ป่วยขับถ่าย และอาจใช้แป้งหรือครีมเคลือบผิว (Barrier Cream) เพื่อป้องกันความชื้นครับ
⚠️ สัญญาณที่ต้องตามพยาบาล:
พบแผลที่มีลักษณะเป็นหลุม หรือมีหนอง/กลิ่นเหม็น
มีเลือดซึมออกมาจากบริเวณที่สายกดทับ
ผิวหนังรอบรูเจาะหน้าท้อง (PEG) บวมแดงลามกว้างเกิน 1-2 ซม.