ประเภทของอาหารหลัก ที่ให้ อาหารสายยาง แก่ผู้ป่วยประเภทของอาหารทางสายยางสามารถแบ่งหลักๆ ออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ตามลักษณะการจัดเตรียมและความเหมาะสมกับโรคของผู้ป่วยครับ ดังนี้ครับ:
1. อาหารปั่นผสมเอง (Blenderized Diet)
คืออาหารที่ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ นำมาต้มสุกและปั่นให้ละเอียดจนเหลวเป็นเนื้อเดียว
ส่วนประกอบหลัก:
โปรตีน: เนื้ออกไก่ลอกหนัง, ไข่ต้ม (ไข่ขาว/ไข่แดง), เนื้อปลานึ่ง, หรือเต้าหู้
คาร์โบไฮเดรต: ข้าวสวย, ข้าวกล้อง, ฟักทอง, มันเทศ, หรือกล้วยน้ำว้า
ไขมัน: น้ำมันรำข้าว, น้ำมันถั่วเหลือง หรือน้ำมันมะกอก
วิตามิน/ใยอาหาร: ผักกาดขาว, ผักบุ้ง, แครอท (ต้มเปื่อยและกรองกาก)
เหมาะสำหรับ: ผู้ป่วยทั่วไปที่ระบบย่อยอาหารยังทำงานปกติ และครอบครัวที่สะดวกเตรียมอาหารเองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
2. อาหารสูตรสำเร็จ (Commercial Formula)
คืออาหารทางการแพทย์ที่ผลิตขึ้นมาให้มีสารอาหารครบถ้วนตามสัดส่วนที่ร่างกายต้องการ มีทั้งแบบ ชนิดผง (นำมาชงละลายน้ำ) และ ชนิดน้ำ (บรรจุถุง/กระป๋อง พร้อมใช้) แบ่งประเภทย่อยได้อีกดังนี้ครับ:
A. สูตรมาตรฐาน (Standard Formula)
สารอาหารครบ 5 หมู่ในสัดส่วนปกติ
เหมาะสำหรับ: ผู้ป่วยทั่วไปที่ไม่มีโรคประจำตัวแทรกซ้อนที่ต้องจำกัดสารอาหารเป็นพิเศษ
B. สูตรเฉพาะโรค (Specialized Formula)
ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมอาการของโรคแต่ละชนิดโดยเฉพาะ:
สูตรเบาหวาน: เน้นคาร์โบไฮเดรตที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI) และมีใยอาหารสูง
สูตรโรคไต:
ระยะก่อนล้างไต: จำกัดโปรตีนและเกลือแร่
ระยะล้างไต: โปรตีนสูงขึ้นแต่จำกัดฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม
สูตรโรคตับ: ปรับกรดอะมิโนเฉพาะเพื่อลดของเสียในเลือดที่อาจทำให้ซึม
สูตรโรคปอด: เพิ่มสัดส่วนไขมันและลดคาร์โบไฮเดรต เพื่อลดการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขณะหายใจ
C. สูตรที่มีการย่อยบางส่วน (Semi-elemental / Elemental Formula)
สารอาหารจะถูกย่อยมาให้อยู่ในรูปที่ดูดซึมง่ายที่สุด (เช่น โปรตีนสายสั้นๆ)
เหมาะสำหรับ: ผู้ป่วยที่มีปัญหาการย่อยหรือการดูดซึมรุนแรง, ลำไส้สั้น หรือถ่ายเหลวเรื้อรัง
📊 ตารางเปรียบเทียบเพื่อการตัดสินใจ
หัวข้อ อาหารปั่นผสมเอง อาหารสูตรสำเร็จ
ความสะดวก ใช้เวลาเตรียมและล้างเยอะ เปิดใช้ได้ทันที หรือชงง่าย
ความสะอาด เสี่ยงปนเปื้อนได้ง่ายกว่า ปลอดเชื้อ (ตามมาตรฐานโรงงาน)
ความละเอียด อาจอุดตันสายได้หากกรองไม่ดี เนื้อเนียนละเอียด ไม่ตันสาย
ราคา ประหยัดกว่ามาก ราคาสูงกว่าตามคุณภาพสูตร
💡 ข้อแนะนำในการเลือก
ส่วนใหญ่แพทย์จะพิจารณาจาก "ความสามารถในการย่อย" และ "โรคประจำตัว" ของผู้ป่วยเป็นหลักครับ หากผู้ป่วยมีโรคซ้อนหลายอย่าง เช่น เป็นทั้งเบาหวานและโรคไต การใช้อาหารสูตรสำเร็จจะมีความแม่นยำและปลอดภัยกว่าการปรุงเองครับ