ผู้ป่วยติดเตียง ที่ให้อาหารสายยาง มักมีปัญหาสุขภาพตามมาผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องรับอาหารทางสายยางมักเผชิญกับ "ภาวะแทรกซ้อนต่อเนื่อง" เนื่องจากร่างกายไม่ได้ทำงานตามกลไกธรรมชาติ (การเคี้ยว การกลืน และการเคลื่อนไหว) ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายระบบในร่างกายครับ
ปัญหาสุขภาพหลักที่มักพบและวิธีที่คุณสามารถช่วยป้องกันได้ครับ:
1. ระบบทางเดินอาหารและโภชนาการ
ท้องผูก (Constipation): เป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุด เพราะผู้ป่วยไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายและลำไส้บีบตัวช้าลง
วิธีช่วย: เพิ่มใยอาหารในสูตรปั่น และให้น้ำเปล่าตามมื้ออาหารให้เพียงพอ
ท้องเสีย (Diarrhea): มักเกิดจากอาหารไม่สะอาด, อาหารเย็นจัดเกินไป หรือการปล่อยให้อาหารไหลเร็วเกินจนลำไส้รับไม่ทัน
ภาวะขาดสารอาหาร: หากปริมาณอาหารหรือความเข้มข้นไม่เพียงพอ ผู้ป่วยจะซูบผอมและเกิดแผลกดทับได้ง่าย
2. ระบบทางเดินหายใจ (อันตรายที่สุด)
ปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia): เกิดจากอาหารหรือน้ำย่อยขย้อนกลับขึ้นมาแล้วไหลลงหลอดลม
อาการ: มีไข้ ไอ หายใจหอบ หรือมีเสียงครืดคราดในปอด
เสมหะเหนียวข้น: เนื่องจากการได้รับน้ำไม่เพียงพอ หรือการไม่ได้เคลื่อนไหวเพื่อระบายเสมหะ ทำให้เสมหะอุดตันทางเดินหายใจได้ง่าย
3. ปัญหาสุขภาพช่องปากและจมูก
เชื้อราในช่องปาก/เหงือกอักเสบ: แม้ไม่ได้ทานอาหารทางปาก แต่แบคทีเรียยังเติบโตได้จากน้ำลายและคราบเสมหะ
แผลกดทับจากสายยาง:
ทางจมูก: ผิวหนังปีกจมูกอาจแดงหรือถลอกจนเป็นแผลลึก
ทางหน้าท้อง: ผิวหนังรอบรูเปิดอาจอักเสบ เปื่อย หรือมีเนื้อนูนผิดปกติ (Granuloma)
4. ปัญหากล้ามเนื้อและข้อต่อ
กล้ามเนื้อการกลืนฝ่อลีบ (Disuse Atrophy): การไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อปากและคอเป็นเวลานานจะทำให้ผู้ป่วยสูญเสียทักษะการกลืนไปอย่างถาวร
ข้อติดแข็ง: การนอนท่าเดิมเพื่อให้อาหารบ่อยๆ โดยไม่ได้ทำกายภาพบำบัด จะทำให้ข้อไหล่หรือข้อสะโพกติดแข็งได้
📊 ตารางสรุปการเฝ้าระวัง
อาการที่พบ สาเหตุที่เป็นไปได้ วิธีแก้ไขเบื้องต้น
ท้องอืด/ย่อยยาก อาหารค้างในกระเพาะเยอะ ลดความเร็วในการให้, นวดท้องหลังอาหาร 1 ชม.
แผลกดทับผิวหนัง สายยางกดทับที่เดิมนานๆ เปลี่ยนตำแหน่งพลาสเตอร์บ่อยๆ, หมุนสายหน้าท้อง
ไอ/หอบ สำลักอาหาร หยุดให้ทันที และจัดท่าหัวสูง 60-90 องศา
ปากเหม็น/ลิ้นขาว ขาดการทำความสะอาดปาก แปรงฟันหรือเช็ดช่องปากวันละ 2 ครั้ง
💡 เคล็ดลับ
การป้องกันที่ดีที่สุดคือ "การทำบันทึก" ครับ หากคุณจดบันทึกปริมาณอาหาร การขับถ่าย และอาการผิดปกติในแต่ละวัน จะช่วยให้แพทย์ปรับแผนการรักษาได้ทันท่วงที และลดโอกาสที่ผู้ป่วยจะต้องกลับไปนอนโรงพยาบาลซ้ำครับ