แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 60
1
ตกบ่ายทีไรเป็นต้องง่วงจนตาปรือทุกที ทั้งที่ช่วงพักเที่ยงยังรู้สึกคึกคักดีอยู่เลย! พอง่วงแล้วเนี่ยสมาธิทำงานก็ไม่มี คิดงานก็ไม่ออก หรือถ้ายังเป็นนักเรียนอยู่ ก็เรียนไม่รู้เรื่อง ฟังครูสอนไม่ทันอี๊กก เจอแบบนี้คงต้องงัด “10 วิธีแก้ง่วงตอนบ่าย” มาใช้กันแล้วล่ะ!


อาการง่วงนอนตอนบ่าย เกิดจากอะไร?

ธรรมชาติร่างกายของคนเรามักจะง่วงนอนอยู่ 2 ช่วงเวลา คือ

    ช่วงระหว่างเที่ยงคืน ถึง 7 โมงเช้า
    และบ่ายโมง ถึง 4 โมงเย็น

ใครที่ต้องทำงานในช่วงเวลาดังกล่าว ก็มีโอกาสสูงที่จะง่วงนอนได้ง่าย โดยเฉพาะผู้ที่นอนหลับไม่เพียงพอ ส่วนสาเหตุของการ ง่วงนอนตอนบ่าย นั้น สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น

● นอนดึก หรือนอนน้อย คือตัวการหลักของอาการ ง่วงนอนตอนบ่าย เพราะโดยเฉลี่ยแล้ว ร่างกายของเราต้องพักผ่อนอย่างน้อย 7-9 ชั่วโมงต่อวัน (อาจจะมาก หรือน้อยกว่านี้ตามแต่ละบุคคล)

● ปัญหาสุขภาพจิต เช่น การเปลี่ยนแปลงของสุขภาพจิต โดยสาเหตุของอาการง่วงนอนส่วนใหญ่มักมาจากอาการเบื่อหน่าย ขณะที่ภาวะซึมเศร้าก็ส่งผลให้เกิดความอ่อนเพลีย จนเป็นสาเหตุของอาการง่วงเหงาหาวนอน

● สภาพอากาศ และสิ่งแวดล้อม เช่น อากาศที่เย็นสบายจากเครื่องปรับอากาศในที่ทำงาน หรือห้องเรียน บรรยากาศที่เงียบสงบ ก็สามารถทำให้ง่วงได้

● ทำงานมากเกินไป เมื่อคุณทำงานหนัก จนทำให้ร่างกายไม่ได้พักผ่อนจนเพียงพอ จะทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย และรู้สึกง่วงนอนตลอดเวลา

● นอนไม่เป็นเวลา การนอนไม่เป็นเวลา จะทำให้ระบบการทำงานของร่างกายรวน เมลาโทนิน สารก่อให้เกิดความง่วงที่ออกฤทธิ์ตามช่วงเวลากลางวัน – กลางคืน ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ทำให้นอนไม่หลับในตอนกลางคืน และรู้สึกง่วงเหงาหาวนอนในตอนกลางวัน

● เป็นโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อการนอนหลับ และทำให้ง่วงระหว่างวัน เช่น โรคหืด ภาวะหัวใจล้มเหลว ข้ออักเสบรูมาตอยด์

● โรคลมหลับ เป็นความผิดปกติด้านการนอนที่เกิดขึ้นอย่างเรื้อรัง (ในไทยพบผู้ป่วยโรคนี้น้อย) ผู้ป่วยจะรู้สึกง่วงอย่างมากในช่วงกลางวัน และมักหลับไปโดยไม่รู้ตัว บางรายอาจมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงกะทันหันร่วมด้วย

● ผลข้างเคียงจากยา ยา 4 กลุ่มใหญ่ ที่ทำให้หลับมากทั้งกลางคืน และกลางวัน ได้แก่ ยากล่อมประสาท ยาแก้ภูมิแพ้ ยากันชัก และยาลดน้ำมูก เป็นต้น

● ติดยาเสพติด ติดสุรา หรือเกิดภาวะถอนยา ทำให้เกิดภาวะหลับง่าย สูบบุหรี่ เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะหลับง่าย หากเกิดร่วมกับ สาเหตุอื่นจะทำให้มีอาการมากขึ้น

แต่ละช่วงวัย นอนแค่ไหนถึงจะพอ?

การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ จะทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีได้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงอายุที่แตกต่างกัน ร่างกายก็ต้องการ การนอนเพื่อสุขภาพ ในปริมาณที่ไม่เท่ากันนะ

มูลนิธิการนอนหลับแห่งชาติ (National Sleep Foundation) ในสหรัฐอเมริกา ระบุระยะเวลาในการนอนหลับที่เหมาะสม โดยแบ่งตามอายุ ดังนี้

    เด็กแรกเกิด อายุ 0-3 เดือน ควรนอนวันละ 14-17 ชั่วโมง
    เด็กทารก อายุ 4-11เดือน ควรนอนวันละ 12-15 ชั่วโมง
    เด็กหัดเดิน อายุ 1-2 ปี ควรนอนวันละ 11-14 ชั่วโมง
    เด็กอนุบาล 3-5 ปี ควรนอนวันละ 10-13 ชั่วโมง
    เด็กประถม 6-13 ปี ควรนอนวันละ 9-11 ชั่วโมง
    เด็กมัธยม 14-17 ปี ควรนอน 8-10 ชั่วโมง
    เด็กมหาลัย 8-25 ปี ควรนอน 7-9 ชั่วโมง
    ผู้ใหญ่ 26-64 ปี ควรนอน 7-9 ชั่วโมง
    ผู้สูงวัย 65 ปีขึ้นไป ควรนอน 7-8 ชั่วโมง

รู้หรือไม่? สมาคมการแพทย์เพื่อการนอนหลับโลก (The World Association of Sleep Medicine : WASM) ได้กำหนดจัดกิจกรรม “วันนอนหลับโลก : World Sleep Day” ขึ้นในวันศุกร์สัปดาห์ที่สองของเดือนมีนาคมในทุก ๆ ปี

เพื่อให้ประชากรโลกได้ตระหนัก และให้ความสำคัญกับปัญหาการนอนหลับ หากไม่เร่งแก้ไขก็อาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิตได้


10 วิธีแก้ง่วงตอนบ่าย

1. นอนตอนกลางคืนให้เพียงพอ

ลองดูว่า ปกติแล้วคุณเข้านอนกันตอนกี่โมง และตื่นกี่โมง ถ้าเวลานอนของคุณน้อยกว่า 7-8 ชั่วโมงติดต่อกันหลายวันล่ะก็ การที่คุณง่วงนอนตอนบ่าย ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย ซึ่งสามารถแก้ได้ง่าย ๆ ด้วยการเข้านอนให้เร็วขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่


2. มื้อเที่ยงให้หลีกเลี่ยงคาร์โบไฮเดรต

อาหารจำพวกแป้ง และน้ำตาล ทำให้เราเกิดอาการง่วงซึมได้ โดยเฉพาะอาหารมื้อใหญ่ ๆ ที่เน้นแป้ง และน้ำตาล เพราะจะทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงกระเพาะอาหารมากขึ้น เพื่อเร่งย่อยอาหาร และทำให้เลือดที่ไหลไปเลี้ยงสมองมีน้อยลง หรือไหลเวียนช้าลง ทำให้เรารู้สึกง่วงซึม เฉื่อยชาได้


3. งีบหลับก่อนเริ่มกิจกรรมยามบ่าย

ถ้าง่วงมากนักก็หลับไปเลย มีผลการวิจัยหลายชิ้นระบุว่า การงีบ 10-20 นาที จะทำให้ร่างกายตื่นตัวและเพิ่มพลังให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นได้ดี ในช่วงเวลานี้จะสามารถปลุกให้ตื่นได้ง่าย

แต่ก็ไม่ควรงีบหลับเกินครึ่งชั่วโมงนะ เพราะคุณอาจจะหลับลึกไปเลย และทำให้ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกมึนงง และกลายเป็นง่วงหนักยิ่งกว่าเดิมได้


4. ลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายบ้าง

อีกหนึ่งวิธี แก้ง่วงตอนบ่าย ที่ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้ทันตาก็คือ การลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย เมื่อนั่งทำงานติดต่อกันหลาย ๆ ชั่วโมง แล้วรู้สึกง่วง อ่อนเพลีย ก็ให้ลุกขึ้นมาเดินเล่นเปลี่ยนอิริยาบทบ้าง อาจจะเดินไปเข้าห้องน้ำ หรือเดินไปมาในออฟฟิศก็ได้

เพราะการเดิน สามารถเพิ่มระดับพลังงานในร่างกายให้สูงขึ้น และลดอาการอ่อนล้าได้ ช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนเข้าสู่สมอง หลอดเลือด และกล้ามเนื้อ จึงทำใหรู้สึกตื่นตัว และสดชื่นขึ้น


5. ลูบหน้าด้วยน้ำเย็น

การใช้น้ำเย็นล้างหน้า ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยลบความง่วงออกที่ได้ผลดีมาก เพราะความเย็นของน้ำเย็น จะกระตุ้นประสาทสัมผันของคุณให้ตื่นตัวขึ้น และทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น


6. พักสายตาเป็นระยะ ๆ

การนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ และต้องจ้องมองหน้าจอติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้ดวงตาของคุณอ่อนล้า อ่อนเพลีย และส่งผลให้รู้สึกง่วงได้ จึงควรพักสายตาจากหน้าจอเป็นระยะ การพักสายตาด้วยการเดินไปที่หน้าต่าง และมองออกไปด้านนอกไกล ๆ นอกจากจะช่วยให้หายง่วงแล้ว ยังช่วยลดปัญหาเรื่องอาการปวดศีรษะ ล้า แสบตา ทำให้ดวงตารู้สึกสบายขึ้น


7. ดื่มน้ำระหว่างวัน

น้ำเปล่า เป็นตัวช่วยชั้นเลิศในการ แก้ง่วงตอนบ่าย การดื่มหรือจิบน้ำสะอาดเย็น ๆ อยู่เรื่อย ๆ ตลอดทั้งวัน ทำให้ร่างกายของเรารู้สึกสดชื่นได้ดี จะช่วยทำให้ระดับออกซิเจนในร่างกายเพิ่มขึ้น ร่างกายดูดซึมน้ำไปใช้เลี้ยงเลือดได้ทันที ช่วยเพิ่มความสดชื่น กระปรี้กระเปร่าให้กับร่างกายได้ดี


8. ลดความเครียดระหว่างวัน

ความเครียดทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย เมื่อความเครียดลดลงก็จะทำให้ร่างกายอ่อนเพลียน้อยลง


9. ลดน้ำหนัก

น้ำหนักตัวที่มากขึ้น จะส่งผลให้ร่างกายทำงานหนักขึ้นจนเกิดความอ่อนเพลีย และง่วงนอนระหว่างวัน ดังนั้นการลดน้ำหนัก ด้วยการออกกำลังกายแบบง่าย ๆ เช่น เดินเร็ว แกว่งแขนไปมาวันละ 30 นาที แค่นี้ก็จะช่วยให้เรามีน้ำหนักที่ลดลง และอย่าลืมลด/งด การบริโภค น้ำตาล แป้ง ที่เป็นสาเหตุหลักของความอ้วนด้วยล่ะ


10. ดื่มกาแฟดำ

กาแฟดำ มีสารคาเฟอีน ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ช่วยกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง เพื่อลดความง่วง ความเหนื่อยล้า และกาแฟดำยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีกมาก เช่น ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน, ลดความเสี่ยงสมองเสื่อม, สามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดได้

ข้อควรระวัง! การดื่มกาแฟ ไม่ควรดื่มเยอะจนเกินไป เพราะ กาแฟมีฤทธิ์ขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมจากอาหาร และยังกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งกรด ซึ่งจะทำให้เกิดอาการอักเสบของกระเพาะอาหาร, ลำไส้ และเป็นกรดไหลย้อนได้




วิธีแก้ง่วงตอนบ่าย พร้อมแบบทดสอบอาการง่วงนอน  อ่านบทความเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://mmed.com/

2
โรคสมองเสื่อม แม้จะฟังดูไกลตัวแต่จริง ๆ แล้วหากไม่ได้รับการป้องกันและบำรุงสมองตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็อาจทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคสมองเสื่อมเมื่อแก่ตัวลงได้มากขึ้น วันนี้เราจึงจะพาคุณมารู้จักโรคสมองเสื่อม พร้อมทั้ง 5 วิธีดูแลสมอง และ 8 วิตามินบำรุงสมองให้แข็งแรงและห่างไกลโรคสมองเสื่อมกัน

โรคสมองเสื่อม เกิดจากอะไร?

โรคสมองเสื่อม (Dementia) เป็นภาวะที่สมองของคนเราเสื่อมสภาพลง และไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดังเดิม ทำให้เกิดการหลงลืมเรื่องราว รวมถึงสิ่งที่คุ้นเคยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นชื่อตนเอง ชื่อคนใกล้ตัว เส้นทางกลับบ้าน และอื่น ๆ นอกจากนั้นยังอาจส่งผลให้มีพฤติกรรมที่ผิดแปลกไปจากเดิมได้ด้วย โรคสมองเสื่อมจึงเป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้ป่วยโดยตรง

โรคสมองเสื่อมเกิดได้จากหลายสาเหตุร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นอายุ พันธุกรรม ความเครียดต่าง ๆ หรือแม้แต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ละเลยการดูแลและบำรุงสมอง เช่น การไม่รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การไม่ออกกำลังกาย และพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงพฤติกรรมที่เป็นการทำลายสุขภาพร่างกาย และสมองด้วย เช่น การดื่มสุรา และสูบบุหรี่เป็นประจำ

ภาวะสมองเสื่อมแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

    การเสื่อมของเซลล์สมองตามอายุ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่อาจทําได้เพียงชะลอการเสื่อมให้เกิดขึ้นช้าลง
    เกิดจากสาเหตุภายนอกและโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การได้รับการกระทบกระเทือนที่สมอง โรคทางสมอง หรือการติดเชื้อ แม้กระทั่งการใช้ชีวิตหนัก นอนพักผ่อนน้อย ซึ่งป้องกันได้ไม่ยาก

ผู้สูงอายุควรบริหารสมองควบคู่กับการบำรุงด้วยวิตามินบำรุงสมอง
วิธีดูแลและบำรุงสมองให้แข็งแรง ห่างไกลโรคสมองเสื่อม

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคสมองเสื่อมนั้นมีอยู่มากมาย แต่หลาย ๆ สิ่งก็เป็นปัจจัยภายนอกที่เราสามารถควบคุมได้ ด้วยการดูแลตัวเองให้ดีขึ้น โดยอาจทำตาม 5 ข้อแนะนำเหล่านี้ เพื่อเป็นการดูแล บริหาร และบำรุงสมองของเราให้แข็งแรง และทำงานได้มีประสิทธิภาพ ไม่เสื่อมไวนั่นเอง


การบริหารสมองเป็นประจำด้วยวิธีต่าง ๆ

✓ การเล่นเกม ทำงาน และงานอดิเรกต่าง ๆ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ความคิด ใช้สมองในการวางแผน คิดวิเคราะห์ หรือคำนวณ เปรียบเหมือนการออกกำลังกายให้สมองของเรามีสมรรถภาพที่ดี แข็งแรง และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ


การพักผ่อนให้เพียงพอในทุก ๆ วัน

✓ การพักผ่อนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำหรับการดูแลสมอง เพราะถึงแม้ว่าจะบริหารสมองหนักแค่ไหน แต่หากไม่ได้นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ สมองก็จะทำงานหนักจนเกินไป และไม่ได้มีเวลาฟื้นฟู หรือซ่อมแซมตัวเอง ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคสมองเสื่อมให้มากขึ้นอีก และการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง จะช่วยควบคุมความเครียด รู้จักผ่อนคลายโดยการหากิจกรรมทําให้เพลิดเพลิน เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เลี้ยงสัตว์



การออกกำลังกายเป็นประจำ

✓ จะช่วยบำรุงสมองของคนเราให้แข็งแรงอยู่เสมอได้ เพราะการออกกำลังกายจะทำให้เลือดไหลเวียนดี ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้เต็มที่ ทำให้สมองทำงานได้เป็นปกติ และแข็งแรงด้วยเช่นกัน การออกกําลังกายอย่างสม่ำเสมอ ในผู้สูงอายุ อาจไม่จําเป็นต้องออกกําลังกายอย่างหนัก หรือหักโหมนัก ควรออกกําลังกายเบาๆ อย่างเช่น เดินเบาๆ วิ่งเหยาะๆ หรือโยคะ เป็นต้น


อาหารที่ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ

การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่

✓ การรับประทานเป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่จะช่วยส่งเสริมสุขภาพของคุณในองค์รวมไม่ใช่เพียงแค่การทำงานของสมองเท่านั้น เพราะการรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ จะช่วยให้คุณได้รับสารอาหารสำคัญ ๆ ครบถ้วน และทำให้ทุกระบบในร่างกายได้รับสารอาหารเพียงพอต่อการทำงานอย่างเป็นปกติ และมีประสิทธิภาพ เช่น วิตามินบี 1 ที่พบมากใน นม ถั่วเหลือง รําข้าว ตับ ไข่แดง เป็นต้น และทานผักใบเขียวเพื่อให้ได้รับสารโคลีน (choline) ซึ่งจําเป็นต่อการนําไปสร้างสารสื่อประสาท

การบำรุงด้วยอาหารเสริม และวิตามินบำรุงสมอง

✓ เพิ่มเติมจากการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ไม่ว่าจะเป็นโอเมกา 3 วิตามินบี และอื่น ๆ จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารเหล่านี้ในปริมาณที่เพียงพอ และมากกว่าการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวัน หรือ การบำรุงด้วยสารสกัดจากดอกพรมมิ (Bacopa monnieri) มีสรรพคุณทางยา ให้สารสำคัญที่ชื่อว่า Bacosides ช่วยปกป้องการเกิดความเสียหายของสมองและระบบประสาท ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยในเรื่องของการดูแลความจำ ป้องกันอัลไซเมอร์ เสริมสร้างการทำงานของสมอง ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ สารสกัดจากดอกพรมมิเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ที่ไม่มีผลข้างเคียง อีกทั้งยังช่วยบำารุงสุขภาพโดยรวมได้ดีอีกด้วย


อาหารเสริม และวิตามินบำรุงสมอง

ประโยชน์น้ำมันปลาในรูปแบบอาหารเสริมช่วยบำรุงสมอง


1. โอเมกา 3

โอเมกา 3 เป็นกรดไขมันที่สำคัญมากต่อการเจริญเติบโตของคนในทุก ๆ ช่วงวัย โดยเฉพาะในด้านพัฒนาการทางสมองของเด็ก ๆ โดยประโยชน์ของโอเมกา 3 ที่มีต่อสมองนั้นจะมาจากสาร DHA หรือ Docosahexaenoic Acid ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อสมองมากมาย เพราะป้องกันโรคเกี่ยวกับสมองได้ ทั้งโรคสมองเสื่อม โรคความจำเสื่อม โรคหลอดเลือดสมอง และโรคอื่น ๆ อีกมากมาย อีกทั้งยังช่วยบำรุงและดูแลให้สมองและร่างกายทำงานได้เป็นปกติ แข็งแรงอยู่เสมอด้วย


2. วิตามินบี 1

วิตามินบี 1 เป็นวิตามินที่พบได้ในสมองของมนุษย์อยู่แล้ว จึงเป็นวิตามินสำคัญที่ควรได้รับอย่างเพียงพอ เพื่อการทำงานที่เป็นปกติของระบบประสาทและสมอง โดยที่วิตามินบี 1 นั้นมีความสำคัญมากต่อในการส่งข้อมูลระหว่างเซลล์ประสาทกับสมอง


3. วิตามินบี 6

วิตามินบี 6 เป็นวิตามินสำคัญสำหรับคนในวัยทำงาน เพราะเป็นวิตามินบำรุงสมองที่กระตุ้นการทำงานของสมอง พร้อมกระตุ้นให้หลั่งสารผ่อนคลาย ทำให้รู้สึกตื่นตัวและมีสมาธิมากขึ้น จึงทำให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในแต่ละวัน


4. วิตามินบี 12

วิตามินบี 12 ได้มีการศึกษาและวิจัยว่ามีส่วนช่วยในการเรียนรู้และการจดจำของคนเรา การได้รับวิตามินบี 12 อย่างเพียงพอเป็นประจำจะช่วยให้ความจำดี และห่างไกลจากโรคสมองเสื่อมได้


5. วิตามินซี

วิตามินซี เป็นวิตามินสำคัญที่ร่างกายคนเราจะขาดไม่ได้เลย โดยวิตามินซีนั้นถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย และสมอง ป้องกันคุณจากโรคสมองเสื่อมก่อนวัยอันควรได้ พร้อมช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมอง


6. วิตามินอี

วิตามินอี เป็นอีกหนึ่งวิตามินที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันความเสื่อมของร่างกาย และสมองได้ อีกทั้งวิตามินอียังเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน จึงสามารถผ่านเซลล์สมองเข้าไปช่วยบำรุงสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ


7. เลซิติน

เลซิติน เมื่อเข้าสู้ร่างกายแล้วจะมีส่วนช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการส่งสารระหว่างเซลล์ประสาทตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายและสมอง จึงช่วยบำรุงสมองให้แข็งแรง และทำงานได้เป็นปกติ


8. ไลซีน

ไลซีน เป็นหนึ่งในกรดอะมิโนจำเป็นที่จะช่วยบำรุง และซ่อมแซมส่วนที่เสื่อมและสึกหรอของร่างกาย รวมถึงสมองด้วย จึงทำให้สมองมีสุขภาพดี ไม่เสื่อมไว และทำให้ร่างกายคนเรามีภูมิคุ้มกันแข็งแรงไม่ป่วยง่ายด้วยเช่นกัน

อย่าปล่อยให้สมองแก่ตัวจนเสื่อมก่อนวัย ดูแลสุขภาพร่างกายและสมองให้ดีตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ พร้อมเสริมด้วยประโยชน์น้ำมันปลาที่มีโอเมกา 3, DHA และวิตามินบำรุงสมอง เช่น วิตามินบี ซี และอี รวมถึงสารอาหารอื่น ๆ เป็นประจำก็จะช่วยให้คุณห่างไกลโรคสมองเสื่อมได้แล้ว



วิตามินบำรุงสมอง: รู้จักวิธีดูแลสมอง และ 8 วิตามินบำรุงสมอง ป้องกันสมองเสื่อม อ่านบทความเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://mmed.com/

3
มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยที่สุดของมะเร็งในผู้หญิงไทย พบมากในช่วงอายุ 35-60 ปี แต่ก็อาจพบในคนอายุน้อย (เช่น 20 ปี) ก็ได้

มะเร็งชนิดนี้สามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่มและรักษาให้หายขาดได้

สาเหตุ

สาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูก ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด

พบว่าประมาณร้อยละ 70 ของผู้ป่วยโรคนี้ มีความสัมพันธ์กับการอักเสบเรื้อรังของปากมดลูกจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (human papilloma virus/HPV) ชนิด 16 และ 18 (ซึ่งยังเป็นปัจจัยของการเกิดมะเร็งช่องปากและองคชาตอีกด้วย แต่เป็นคนละสายพันธุ์กับเอชพีวี ชนิดที่ 6 และ 11 ที่ทำให้เกิดหูดและหงอนไก่) เชื้อนี้ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งพบมากในช่วงอายุ 20-40 ปี สามารถตรวจเช็กพร้อมกับการตรวจแพ็ปสเมียร์ พบว่าการติดเชื้อเอชพีวีมีปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุต่ำกว่า 17 ปี, มีคู่นอนหรือสามีหลายคน หรือมีสามีที่มีความสำส่อนทางเพศ, มีการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ (เช่น เอชไอวี เชื้อคลามีเดีย เริม ซิฟิลิส หนองใน เป็นต้น), ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำ (เช่น ผู้ป่วยที่กินยากดภูมิคุ้มกัน)

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่เสริมให้เป็นมะเร็งปากมดลูก เช่น การสูบบุหรี่ การกินยาเม็ดคุมกำเนิดนานกว่า 5 ปีขึ้นไป การมีบุตรหลายคน การกินผักและผลไม้น้อย น้ำหนักเกิน การมีประวัติโรคนี้ในครอบครัว เป็นต้น

อาการ

ระยะแรกเริ่ม จะไม่มีอาการแสดง (สามารถตรวจพบโดยการตรวจแพ็ปสเมียร์) เมื่อมะเร็งลุกลามมากขึ้น จะพบว่ามีอาการเลือดออกจากช่องคลอด (บางรายเข้าใจว่ามีประจำเดือนออกมากหรือกะปริดกะปรอย) หรือมีเลือดออกภายหลังการร่วมเพศ บางรายอาจมีอาการตกขาวมีกลิ่นเหม็น มีเลือดปน หรือตกขาวปริมาณมาก

ผู้ที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน อาจสังเกตว่าหลังจากหมดประจำเดือนไปนาน 6 เดือนหรือเป็นปี กลับมีประจำเดือนมาใหม่ แต่ออกมากและนานกว่าปกติ

ระยะหลังเมื่อมะเร็งลุกลามไปมากแล้ว ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องน้อย ปวดหลัง ก้นกบ หรือต้นขา ปัสสาวะเป็นเลือด อุจจาระเป็นเลือด ขาบวม เกิดภาวะไตวาย เนื่องจากทางเดินปัสสาวะอุดกั้นจากก้อนมะเร็ง

ภาวะแทรกซ้อน

อาจทำให้เกิดภาวะซีด (จากอาการเลือดออกทางช่องคลอดเรื้อรัง), เจ็บปวดเวลามีเพศสัมพันธ์

มะเร็งมักลุกลามไปยังบริเวณข้างเคียง ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของอวัยวะ เช่น กระเพาะปัสสาวะ (ปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะเป็นเลือด), ทวารหนัก (ถ่ายอุจจาระลำบาก ถ่ายเป็นเลือด), มีปัสสาวะหรืออุจจาระเล็ดรั่วออกทางช่องคลอด, ลำไส้ (ลำไส้อุดกั้น ท้องผูกหรือท้องเสียเรื้อรัง ถ่ายเป็นเลือด), ในระยะท้ายมักแพร่กระจายผ่านกระแสเลือดไปที่ปอด (เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก), ตับ (เจ็บชายโครงขวา ตาเหลืองตัวเหลือง ท้องมาน), กระดูก (ปวดกระดูก กระดูกพรุน กระดูกหัก ปวดหลัง ไขสันหลังถูกกดทับ)

การวินิจฉัย

แพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นจากอาการ หรือการตรวจกรองโรคก่อนมีอาการ โดยการขูดเซลล์เยื่อบุปากมดลูกนำไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ ดังที่เรียกว่าแพ็ปสเมียร์ (Pap smear)

หากสงสัยก็จะทำการวินิจฉัยให้แน่ชัด โดยการใช้กล้องส่องตรวจปากมดลูก (colposcopy) และตัดชิ้นเนื้อปากมดลูกไปตรวจทางห้องปฏิบัติการ

หากพบว่าเป็นมะเร็งก็จะทำการตรวจเพิ่มเติมด้วยวิธีต่าง ๆ (เช่น เอกซเรย์, อัลตราซาวนด์,เอกซเรย์คอมพิวเตอร์, การถ่ายภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า, การตรวจเพทสแกน- PET scan เป็นต้น) เพื่อประเมินว่าเป็นมะเร็งระยะใด

การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การรักษาด้วยการผ่าตัด อาจให้รังสีบำบัด (ฉายรังสี ใส่แร่เรเดียม) และ/หรือเคมีบำบัดร่วมด้วย ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดของมะเร็งและระยะของโรค

ผลการรักษา หากพบระยะแรก ๆ การรักษามักจะได้ผลดี หรือหายขาดได้เป็นส่วนใหญ่ มีอัตราการรอดชีวิตเกิน 5 ปี ถึงร้อยละ 60-95 ถ้าพบระยะ 3 และ 4 การรักษาอาจช่วยให้มีอัตราการรอดชีวิตเกิน 5 ปี ประมาณร้อยละ 20-50

การดูแลตนเอง

หากสงสัย เช่น มีเลือดออกทางช่องคลอดที่ผิดไปจากเลือดประจำเดือน, มีเลือดออกภายหลังการร่วมเพศ, มีอาการตกขาวมีเลือดปนหรือมีกลิ่นเหม็น เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์

เมื่อตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก ควรดูแลตนเอง ดังนี้

    รักษา กินยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
    ติดตามรักษากับแพทย์ตามนัด
    หลีกเลี่ยงการซื้อยามากินเอง
    หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืช โปรตีนที่มีไขมันน้อย (เช่น ปลา ไข่ขาว เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง)
    นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และหาทางผ่อนคลายความเครียด
    ออกกำลังกายและทำกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งงานอดิเรกที่ชอบ และงานจิตอาสา เท่าที่ร่างกายจะอำนวย
    ทำสมาธิ เจริญสติ หรือสวดมนต์ภาวนาตามหลักศาสนาที่นับถือ
    ถ้ามีโอกาสควรหาทางเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน หรือกลุ่มมิตรภาพบำบัด
    ผู้ป่วยและญาติควรหาทางเสริมสร้างกำลังใจให้ผู้ป่วย ยอมรับความจริง และใช้ชีวิตในปัจจุบันให้ดีและมีคุณค่าที่สุด
    ถ้าหากมีเรื่องวิตกกังวลเกี่ยวกับโรคและวิธีบำบัดรักษา รวมทั้งการแสวงหาทางเลือกอื่น (เช่น การใช้สมุนไพร ยาหม้อ ยาลูกกลอน การนวด ประคบ การฝังเข็ม การล้างพิษ หรือวิธีอื่น ๆ) ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์ และทีมสุขภาพที่ดูแลประจำและรู้จักมักคุ้นกันดี

ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    มีอาการไม่สบายหรืออาการผิดปกติ เช่น มีไข้ อ่อนเพลียมาก หอบเหนื่อย หายใจลำบาก ชัก แขนขาชาหรืออ่อนแรง ซีด มีเลือดออก ปวดท้อง ท้องเดิน อาเจียน เบื่ออาหารมาก  กินไม่ได้ ดื่มน้ำไม่ได้ เป็นต้น
    ขาดยาหรือยาหาย
    ในรายที่แพทย์ให้ยากลับไปกินที่บ้าน ถ้ากินยาแล้วสงสัยเกิดผลข้างเคียงจากยา เช่น มีลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม ปวดท้อง ท้องเดิน คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ

การป้องกัน

    หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์เสรีหรือไม่ปลอดภัย ส่วนการใส่ถุงยางอนามัยอาจป้องกันการติดเชื้อไม่ได้ ถ้ามีรอยโรคอยู่นอกบริเวณที่ถุงยางครอบคลุมได้
    ไม่สูบบุหรี่
    รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
    กินผักและผลไม้ให้มาก ๆ
    ตรวจหามะเร็งปากมดลูกระยะแรก (แพ็ปสเมียร์) เป็นประจำ หากพบว่าเซลล์ปากมดลูกเริ่มมีความผิดปกติในระยะก่อนเป็นมะเร็ง (precancerous) จะได้ให้การรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นมะเร็ง และหากพบว่าเริ่มเป็นมะเร็งระยะแรก (ก่อนมีอาการ) ก็จะได้ให้การรักษาให้หายขาดได้
    ในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อเอชพีวี (HPV vaccine) ซึ่งจะเริ่มฉีดให้เด็กหญิงตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป (ควรฉีดก่อนที่จะแต่งงานหรือมีความสัมพันธ์ทางเพศ จึงจะได้ประสิทธิผลดี) โดยฉีด 3 เข็ม เข็มที่ 2 และ 3 ห่างจากเข็มแรก 2 และ 6 เดือนตามลำดับ สามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อเอชพีวี (พบประมาณร้อยละ 70 ของผู้ป่วยมะเร็งชนิดนี้) ข้อเสียคือ วัคซีนยังมีราคาแพง และไม่สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ 100%

ข้อแนะนำ

1. มะเร็งปากมดลูกสามารถตรวจพบระยะแรก (ก่อนปรากฏอาการ) และรักษาให้หายขาดได้ ดังนั้น ผู้หญิงที่มีสุขภาพเป็นปกติดี ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจกรองหามะเร็งระยะแรก ดังนี้

    ควรเริ่มตรวจตั้งแต่หลังแต่งงานหรือเริ่มมีเพศสัมพันธ์ได้ 3 ปี หรือเมื่ออายุได้ 30 ปีขึ้นไป โดยการตรวจด้วยวิธีแพ็ปสเมียร์ (Pap smear) ทุก 3 ปี (หรือวิธี VIA ทุก 5 ปี จนถึงอายุ 55 ปีขึ้นไปควรตรวจด้วยวิธีแพ็ปสเมียร์แทนทุก 3 ปี) แต่ถ้ามีปัจจัยเสี่ยง เช่น ติดเชื้อเอชไอวี สูบบุหรี่ กินยาเม็ดคุมกำเนิด ควรตรวจทุกปี
    ผู้หญิงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป หากเคยมีผลการตรวจเป็นปกติติดต่อกันอย่างน้อย 3 ครั้ง (และไม่เคยมีผลการตรวจที่ผิดปกติเป็นระยะเวลามากกว่า 10 ปี) ก็สามารถหยุดการตรวจแพ็ปสเมียร์ได้ แต่ถ้าเคยเป็นมะเร็งปากมดลูกมาก่อน หรือมีปัจจัยเสี่ยงก็ควรจะได้รับการตรวจต่อไปตราบเท่าที่ยังแข็งแรง
    ผู้หญิงที่เคยผ่าตัดมดลูกและปากมดลูกออกทั้งหมดโดยไม่มีสาเหตุจากมะเร็ง สามารถหยุดการตรวจแพ็ปสเมียร์ได้ แต่ถ้าผ่าตัดมดลูกเพียงบางส่วนและยังคงปากมดลูกไว้ ก็ควรรับการตรวจแพ็ปสเมียร์แบบผู้หญิงทั่วไปดังกล่าวข้างต้น

2. ผู้หญิงที่มีเลือดออกทางช่องคลอดหรือตกขาวผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

3. ปัจจุบันมีวิธีบำบัดรักษาโรคมะเร็งใหม่ ๆ ที่อาจช่วยให้โรคหายขาดหรือทุเลา หรือช่วยให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ผู้ป่วยจึงควรติดต่อรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็ง มีความมานะอดทนต่อผลข้างเคียงของการรักษาที่อาจมีได้ อย่าเปลี่ยนแพทย์ เปลี่ยนโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น หากสนใจจะแสวงหาทางเลือกอื่น (เช่น การใช้สมุนไพร หรือวิธีอื่น ๆ) ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์ และทีมสุขภาพที่ดูแลประจำและรู้จักมักคุ้นกันดี


โรคมะเร็งปากมดลูก (Cervical cancer) อ่านบทความเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://doctorathome.com/disease-conditions/109

4
ไตวายเฉียบพลัน เกิดจากไตสูญเสียการทำงาน ภายในเวลาอันรวดเร็ว ส่งผลให้การควบคุมสมดุลของร่างกายเกิดการเสียหาย สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงที่ไตน้อยลง เช่น ผู้ป่วยมีอาการความดันโลหิตต่ำอยู่ในภาวะช็อกนาน ๆ หรือผู้ป่วยที่เสียเลือดมาก ๆ แต่ภาวะไตวายเฉียบพลันสามารถรักษาให้ไตกลับมาทำงานปกติได้

สิ่งที่จะช่วยให้เราให้เราไม่ป่วยเป็นโรคไตวายแบบเฉียบพลันคือ การใส่ใจดูแลสุขภาพของตัวเอง ได้แก่ การตรวจสุขภาพประจำปี และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการกินให้เหมาะสม

ไตวายเฉียบพลันเกิดจากอะไร?

ความดันโลหิตที่ต่ำหรือสูงเกินไป
ยาหรือสารพิษ
การอุดกั้นของทางเดินปัสสาวะ เช่น นิ่วในทางเดินปัสสาวะ ต่อมลูกหมากโต หรือมะเร็งปากมดลูก
ภาวะไตอักเสบหรือการติดเชื้อ


5 อาการไตวายเฉียบพลันที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที

ปัสสาวะน้อยกว่า 400 ซีซี/วัน น้อยกว่าคนปกติ 3 เท่า
มีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน เพราะมียูเรียและสารที่มีไนโตเจนเป็นองค์ประกอบคั่งค้างในเลือด
แขนขาบวมน้ำ เหนื่อยหอบ หรือมีอาการขาดน้ำ อย่างใดอย่างหนึ่ง
รู้สึกวูบหวิว เหนื่อยง่าย หรืออ่อนเพลีย เนื่องจากหัวใจเต้นผิดจังหวะ
มีอาการอื่นๆ นอกเหนือจากข้างต้น เช่น ปวดชายโครง ผื่นขึ้น เป็นต้น


5 ขั้นตอนรักษาปัญหาไตวายเฉียบพลัน

รักษาที่ต้นเหตุ เช่น การหยุดยาที่เป็นสาเหตุ การให้สารน้ำในรายที่ขาดน้ำ แก้ไขภาวะช็อค เป็นต้น
รักษาประคับประคองตามอาการ เช่น การควบคุมน้ำเข้าออกในร่างกายเพื่อรักษาความสมดุล หลีกเลี่ยงยาที่เป็นพิษต่อไต และปรับขนาดยาเพื่อให้เหมาะกับการทำงานของไตที่ลดลง เป็นต้น
รักษาโดยให้ผู้ป่วยได้รับปริมาณสารอาหารที่เหมาะสม
รักษาโดยการบำบัดทดแทนไต ในกรณีที่ไตไม่สามารถทำงานได้ปกติ เช่น เกิดภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง
รักษาโดยการใช้ยา ซึ่งไม่สามารถรักษาโรคไตวายเฉียบพลันให้หายขาดได้



โรคไตวายเฉียบพลัน แบบไม่ทันตั้งตัว อ่านบทความเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://doctorathome.com/disease-conditions/298

5
แอปเปิล APPLE iPad Pro11" (2024) (2TB) Wi-Fi+Cellular
รายละเอียดเบื้องต้น
   ยี่ห้อ-รุ่น                   แอปเปิล APPLE iPad Pro11" (2024) (2TB) Wi-Fi+Cellular
   ราคากลาง                89,900 บาท
   จำนวนซิม                1 ซิม
   สี                          Silver, Black

   ความถี่-เครือข่าย
2G ()
3G ()
4G ()
5G ()

   ขนาด-น้ำหนัก                  ยาว 177.5 x กว้าง 249.7 x หนา 5.3 มม., น้ำหนัก 446 กรัม
   ความจุข้อมูลภายใน-ROM    2000 GB
   ความจุข้อมูลภายนอกสูงสุด     -
   แบตเตอรี่                       N/A

ชนิดจอ
   ชนิดจอ                         Ultra XDR Retina OLED
   ขนาด-ความละเอียด         11 นิ้ว, 1,668 x 2,420 px
   รายละเอียดอื่น

กล้องถ่ายรูป
   ขนาด-ความละเอียด                    กล้องหลัง (12 Mpx), กล้องหน้า (12 Mpx)
   ความละเอียดของภาพภ่ายสูงสุด
   คุณสมบัติ                                 -

ระบบปฏิบัติการ
   หน่วยประมวลผล (CPU)                Apple M4
   หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU)
   หน่วยความจำ (RAM)                   16 GB
   ระบบเชื่อมต่อภายนอก                     -
   ระบบรับส่งข้อความ                        -
   การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต                3G, WiFi, 4G, 5G
   ระบบ GPS


mobile expo: แอปเปิล APPLE iPad Pro11" (2024) (2TB) Wi-Fi+Cellular อ่านบทความเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/mobileexpo/

6
บริกซ์ตัน ระยอง (Brixton Rayong)
บริกซ์ตัน ระยอง คอนโด Low Rise 7 ชั้นจาก ออริจิ้น คอนโดทำเลบนจังหวัดระยอง ที่มาพร้อมกับ “การบริการ“ สุดจัดเต็ม จะอยู่เอง หรือ ลงทุนก็คุ้มค่า และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน พร้อมให้ลูกบ้านได้ใช้ชีวิตอย่างที่

 รายละเอียดโครงการ
 ชื่อโครงการ                บริกซ์ตัน ระยอง (Brixton Rayong)
 เจ้าของโครงการ           ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้
 แบรนด์ย่อย                 บริกซ์ตัน
 ราคา                        เริ่มต้น 1.59 ลบ. (ณ. วันที่ 9 พ.ค. 67)
 ราคาเฉลี่ยต่อตร.ม.       เริ่มต้น 55,600 บ./ตร.ม.
 ลักษณะทำเล             คอนโดตากอากาศ, คอนโดประเภทอื่น
 ความสูงคอนโด           Low Rise (ไม่เกิน 8 ชั้น)
 ลักษณะกรรมสิทธิ์        โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ประเภทห้องที่มี          1 ห้องนอน, 1 Bed Plus
 ขนาดห้องที่มี            โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 เนื้อที่ทั้งหมด            2 งาน 76 ตร.ว.
 จำนวนตึก                2 อาคาร
 จำนวนชั้น                8 ชั้น
 จำนวนห้อง             481 ยูนิต
 ที่จอดรถทั้งหมด       40%
 ค่าบำรุงส่วนกลาง     โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ

 สาธารณูปโภค
สระว่ายน้ำ (และ Pool Lounge), ฟิตเนส, รปภ., กล้องวงจรปิดโครงการ, อื่นๆ (Lobby, Mailbox , Ground Floor Shop, Social Lounge, Star Observation Space (hammock), Sea Bridge, Bar B Q Terrace), สวนหย่อม, Co-Working Space, Sky Garden

 สถานที่ใกล้เคียง
 โซน
เมืองระยอง
 ที่ตั้ง                     ถนนสุขุมวิท ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
 ขนส่งสาธารณะ
รถไฟฟ้า:                โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ

 สถานที่สำคัญใกล้เคียง
ห้างสรรพสินค้า ตลาด
โลตัส ระยอง 5.6 กม.
แม็คโคร ระยอง 5.8 กม.
เซ็นทรัล ระยอง 6 กม.


สถานศึกษา
โรงเรียนเซนต์โยเซฟระยอง 2.2 กม.
โรงเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญระยอง 2.5 กม.
วิทยาลัยเทคนิคระยอง 8.5 กม.

 
โรงพยาบาล
โรงพยาบาลกรุงเทพ ระยอง 2.2 กม.
โรงพยาบาลระยอง 5.9 กม.


Business Area
ไออาร์พีซี 12.8 กม.
นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด 14.4 กม.

 ปีที่สร้างเสร็จ                  2023


คอนโดใหม่ 2024: บริกซ์ตัน ระยอง (Brixton Rayong) อ่านบทความเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/condo

7
บริการเกี่ยวกับการจัดงานเลี้ยง งานแต่งงาน งานอีเว้นท์ งานเลี้ยงสังสรรค์ งานสัมมนาแบบครบวงจร ที่มีความพร้อมทุกด้าน ด้วยสถานที่ที่เหมาะสมกับการจัดงานทุกรูปแบบ เหมาะกับทุกกิจกรรม บรรยากาศโดยรอบ เป็นแนวโมเดิร์นที่มีความพร้อมทุกอย่าง มีอุปกรณ์ทุกอย่างครบครัน คอยให้บริการลูกค้าอย่างไม่จำกัด การเดินทางก็สะดวกสบายเพราะติดกับสถานีรถไฟฟ้า  มีพื้นที่จอดรถอย่างพอเพียง สถานที่กว้างขวาง สามารถจุคนได้จำนวนมาก


ความพิเศษไม่เหมือนใคร

1.          เป็นสถานที่ที่รองรับการจัดงานเลี้ยงทุกอย่างได้ มีสถานที่ใช้สอยกว้างขวาง เช่นการจัดงานแต่งงาน งานเลี้ยงรุ่น งานสังสรรค์ งานปาร์ตี้วันเกิด หรืองานฉลองต่าง ๆ สามารถรับแขกได้ตั้งแต่ 10-300 ท่าน

2.          รองรับการจัดงานสัมมนา งานประชุมของบริษัท และการจัดกิจกรรมเวิร์คช็อปได้ มีสถานที่กว้างขวางเหมาะกับการจัดงานใหญ่ๆ ประเภทนี้อย่างพอเพียง สามารถที่จะรับแขก และผู้ร่วมงานได้มากถึง 10-300 ท่าน

3.          การเดินทางสะดวกสบายมากกว่า เพียงแค่ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีลาดพร้าว และมีที่จอดรถอย่างพอเพียง ทั้งการจอดบริเวณรอบอาคารถึง 50 คัน และยังสามารถจอดในอาคารจอดรถได้มากถึง 2000 คัน

4.          มีอุปกรณ์ที่ครบครัน จะเป็นการ จัดงานเลี้ยง หรืองานกิจกรรมใด ๆ เดอะ คอนเน็คชั่นก็มีอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับงานทุกอย่างคอยให้บริการ ทั้งระบบแสง สี เสียง เวทีการแสดง และสิ่งบันเทิงต่าง ๆ ครบครัน

5.          มีอาหารบริการทุกแบบ เช่นแบบบุฟเฟ่ต์ โต๊ะจีน มีอาหารไทย จีนคอยให้บริการและยังมีร้านกาแฟ เครื่องดื่มต่าง ๆ เช่นค็อกเทล ไว้รองรับได้อย่างครบครัน

6.          มีห้อง VIP คอยรับรองสำหรับแขกคนสำคัญ

7.          มีอุปกรณ์ที่ใช้ตกแต่งในงาน เช่น ป้าย ลูกโป่ง และอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์กับทุกงานของคุณ

8.          มีอินเตอร์เน็ต WIFI ความเร็วสูงคอยให้บริการฟรี

9.          มีป้าย Backdrop สำหรับใช้ถ่ายรูปหน้างานคอยให้บริการ

10.         มีโปรโมชั่นทุกเดือน

การให้บริการที่เป็นเลิศ ในด้านการ จัดงานเลี้ยง ทุกรูปแบบ ให้กับลูกค้าทุกความต้องการ และอาหารอร่อยถูกปาก การันตีได้จากคนที่เคยเข้ามาใช้บริการ ผู้ให้บริการด้านการจัดงานอีเว้นท์ทุกอย่าง ได้เพอร์เฟคมากที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กงานใหญ่ หากท่านกำลังมองหาสถานที่จัดงานต่าง ๆ ที่มีความพร้อมทุกด้าน ทั้งความสะดวกในการเดินทาง ความพร้อมของสถานที่สำหรับการให้บริการ และอาหารที่ถูกปาก และยังมีชื่อเสียงมายาวนานมากที่สุด


การจัดเลี้ยงนอกสถานที่ จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ มีดีแบบนี้ อ่านบทความเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://thetastefood.com/

8
“Catering” หรือ “บริการจัดเลี้ยง” โดยภาพรวม แล้วก็คือการให้บริการที่ครอบคลุมการจัดเลี้ยงในหลากหลายรูปแบบ การเข้ามาของ “Catering” เกิดมาจากเพราะว่าในปัจจุบันคนเรานั้นใช้ชีวิตกันอย่างรีบร้อน เร่งรีบ และต้องความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น จึงทำให้การจัดเลี้ยงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้เป็นไปอย่างมีความคล่องตัว เนื่องจากการทำอาหารและการบริการด้วยตนเองอาจทำให้ยุ่งยากและเสียเวลาอีกเพียบ

ดังนั้นธุรกิจ “Catering” จึงเกิดขึ้นเพื่อช่วยลูกค้าที่ไม่มีเวลา ต้องการผู้ช่วย ให้มีเวลาในการดำเนินกิจการอื่น ๆ แทนที่จะต้องเสียเวลาในการเตรียมอาหารและงานจัดเลี้ยงอย่างหลากหลายอีกมากมาย

แล้ว “Catering” มีรูปแบบการบริการอย่างไรบ้าง เรามาดูกันค่ะ

“Catering” มีบริการจัดเลี้ยงประเภทไหนบ้าง

โดยบริการจัดเลี้ยงใน “Catering” มีดังนี้

1.    อาหารว่าง หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Coffee Break บริการจัดเลี้ยงประเภทนี้ ส่วนใหญ่จะมีเครื่องดื่มคู่กับขนมปังคาวหวาน โดยเครื่องดื่มอาจจะเป็น ชา กาแฟ โกโก้ ที่เตรียมไว้กับขนมปัง โดยเรามักจะพบเห็นได้บ่อยตามช่วงพักเวลาว่างของงานสัมมนาต่าง ๆ

2.    Snack Box ที่จริง Snack Box ของบริการ “Catering” จะจัดเป็นชุดเซ็ตไว้ในกล่อง และมีเครื่องดื่มเป็นพร้อมน้ำผลไม้บรรจุกล่องพร้อมทาน ซึ่งสามารถรับประทานได้สะดวกกว่า รวดเร็วกว่า และไม่ต้องเสียเวลาเก็บล้าง

3.    อาหารกล่อง มักจะเป็นเมนูอาหารตามสั่ง ซึ่งเมนูเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับปริมาณที่สั่ง งบประมาณ และความต้องการของลูกค้า มักจะพบเห็นได้ตามงานกีฬา งานทัศนศึกษา เป็นต้น

4.    เมนูค็อกเทล จุดเด่นของเมนูค็อกเทลใน “Catering” ก็คือเมนูอาหารจะถูกเสิร์ฟในรูปแบบพอดีคำ เน้นทานง่าย โดยวางไว้ในส่วนของโต๊ะอาหาร ซึ่งแขกสามารถเลือกทานของที่ชอบได้ในขนาดที่ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป

5.    อาหารบุฟเฟต์ จุดเด่นของอาหารบุฟเฟต์คือมักจะเป็นเมนูอาหารคาว และอาหารที่กินได้เรื่อย ๆ จนอิ่มนั่นเอง

6.    โต๊ะจีน เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับการจัดเลี้ยงแบบโต๊ะจีน เนื่องจากได้รับความนิยมมานาน จุดเด่นคือเมนูอาหารจะมีทั้งอาหารไทยและอาหารจีนที่เสิร์ฟบนโต๊ะกลม


ข้อดีของการใช้บริการ “Catering”

การใช้บริการงาน “Catering” มีข้อดีมากมายที่สามารถเพิ่มคุณค่าและความสะดวกสบายให้กับลูกค้า ซึ่งนี่ก็คือข้อดีที่เราสามารถพบเมื่อใช้บริการงาน “Catering” ค่ะ

1.    ความสะดวก สบาย : การใช้บริการงาน “Catering” ช่วยประหยัดเวลาและความพยายามในการจัดเตรียมอาหารเอง เราไม่ต้องกังวลเรื่องการสร้างเมนูหรือการจัดหาวัตถุดิบ และสามารถ ใช้เวลาที่ประหยัดได้ในการติดต่อกับลูกค้าหรืองานอื่น ๆ

2.    คุณภาพอาหารมืออาชีพ : บริษัท “Catering” มักมีทีมครัวผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และความชำนาญในการสร้างอาหาร ดังนั้นคุณสามารถมั่นใจได้ว่าอาหารที่ได้รับจะมีคุณภาพสูงและสร้างความประทับใจให้กับแขกของคุณ

3.    การปรับแต่งตามความต้องการ: บริการ “Catering” มักให้ความยืดหยุ่นในการปรับแต่งเมนูและบริการตามความต้องการของลูกค้า คุณสามารถเลือกเมนูที่ตรงกับรูปแบบงานและความพึงพอใจของลูกค้าได้อย่างแม่นยำ

4.    บริการเสริมที่ครบวงจร: บริษัท “Catering” มักมีบริการเสริมอื่นๆ เช่น การจัดหาพื้นที่จัดงาน บริการเฟอร์นิเจอร์ บริการบรรจุภัณฑ์ และบริการพนักงานเสิร์ฟอาหาร ซึ่งช่วยให้คุณสามารถจัดงานในลักษณะครบวงจรและสะดวกสบาย

5.    ประหยัดค่าใช้จ่าย: การใช้บริการงาน “Catering” อาจช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดเตรียมอาหารเป็นอย่างมาก คุณไม่ต้องลงทุนในอุปกรณ์หรือวัตถุดิบเพิ่มเติม และมีโอกาสได้รับส่วนลดหรือโปรโมชั่นจากบริษัท “Catering” ในบางกรณี

การใช้บริการงาน “Catering” เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการจัดงานที่ต้องการความสะดวกสบายและคุณภาพอาหารที่มีมาตรฐานสูง อีกทั้งยังช่วยลดความซับซ้อนในการจัดเตรียมอาหารเพื่อให้คุณสามารถเน้นในส่วนที่สำคัญกว่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ



จัดเลี้ยงนอกสถานที่  “Catering” มีบริการจัดเลี้ยงประเภทไหนบ้าง อ่านบทความเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://thetastefood.com/

9
การจัดฟันแบบใส ถือว่าเป็นการจัดฟันที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะเป็นการส่งเสริมทำให้ผู้เข้ารับการจัดฟันมีสุขภาพช่องปากและฟันที่แข็งแรง ไม่ทำให้เกิดฟันผุ เพราะการเข้ารับการจัดฟันแบบใสนั้น ผู้เข้ารับการจัดฟันสามารถถอดเครื่องมือการจัดฟันออกได้ขณะทำความสะอาดช่องปาก จึงทำให้ไม่เกิดฟันผุ และมีฟันที่สะอาด เพราะการผุของฟัน จะเริ่มขึ้นที่ชั้นผิวเคลือบฟันก่อน โดยจะเห็นเป็นจุดดำเล็ก ๆ หรือเป็นเส้นดำตามร่องฟันด้านบดเคี้ยว  หรือเนื้อฟันมีสีขาวขุ่นผิดปกติ  ดังนั้น การทำความสะอาดฟันที่ดี สามารถชะลอการลุกลามของโรคฟันผุได้  แต่หากเราปล่อยไว้ไม่ดูแล ฟันผุลุกลามไปถึงขั้นเนื้อฟัน จะมีอาการเสียวฟันเมื่อบดเคี้ยวอาหาร หรือเมื่อกระทบของเย็น บางครั้งอาจมีอาการปวดได้ แต่หากเรายังปล่อยทิ้งไว้จนฟันผุลุกลามไปถึงขั้นโพรงประสาทฟัน



ซึ่งมีเส้นเลือดและเส้นประสาท จะทำให้อาการปวดรุนแรงมากขึ้น จนอาจต้องสูญเสียฟัน เนื่องจากผุลุกลามมาก ไม่สามารถเก็บรักษาฟันซี่นั้นไว้ได้  ซึ่งจะมีผลกระทบด้านการบดเคี้ยวจะมีประสิทธิภาพลดลง และต้องใช้ฟันเทียม ซึ่งมีค้าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นโดยไม่จำเป็น ดังนั้น การเข้ารับการจัดฟันแบบใส ทำให้ผู้เข้ารับการจัดฟันได้ทำความสะอาดช่องปากอย่างเต็มที่ ต่างจากคนที่เข้ารับการจัดฟันแบบทั่วไปที่อาจจะทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึงนั่นเอง


นอกจากนี้ ผู้เข้ารับการจัดฟันแบบใส ยังมีเครื่องมือการจัดฟันที่มีประสิทธิภาพในการทำงาน ช่วยให้ฟันเคลื่อนตัวไปยังตำแหน่งที่ต้องการ ตามแผนการรักษาที่ทันตแพทย์ได้ทำการวางไว้ก่อนการรักษา และเครื่องมือยังออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถเข้ากับช่องปากของผู้เข้ารับการจัดฟันแบบใสได้เป็นอย่างดี หลายคนที่สนใจจะเข้ารับการจัดฟันแบบใส คงมีคำถามว่า  การสวมใส่เครื่องือการจัดฟันแบบใสนั้น จะทำให้เกิดการระคายเคืองช่องปากหรือไม่ เพราะปัญหาที่ผู้เข้ารับการจัดฟันมักจะเจอนั่นก็คือ การที่เครื่องมือการจัดฟัน เกิดบาดกระพุ้งแก้ม ทำให้เกิดแผลภายในช่องปาก ทำให้มีอาการแสบและทำให้รับประทานอาหารได้ไม่เต็มที่ ต้องบอกก่อนว่า เครื่องมือการจัดฟันแบบใส กับเครื่องมือการจัดฟันแบบทั่วไปนั้น มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะเครื่องมือการจัดฟันแบบใส ถูกออกแบบมาเฉพาะบุคคล ทำให้ผู้เข้ารับการจัดฟันแบบใส สามารถสวมใส่เครื่องมือการจัดฟันได้อย่างพอดี

 
โดยไม่เกิดการระคายเคือง สำหรับข้อนี้ผู้ที่กำลังจะตัดสินใจเข้ารับการจัดฟันแบบใส ไม่ต้องกังวลเลย เพราะเครื่องมือการจัดฟันแบบใส สามารถถอดออกได้อย่างง่ายดาย มีความกระชับ ทำให้เวลาที่สวมใส่เครื่องมือรู้สึกสบายแทบจะไม่รู้สึกเลยว่าเรากำลังเข้ารับการจัดฟันอยู่ และที่สำคัญเครื่องมือการจัดฟันแบบใส สามารถถอดออกได้ขณะรับประทานอาหาร ทำให้ผู้เข้ารับการจัดฟันสามารถรับประทานอาหารได้อย่างหลากหลาย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องของเครื่องมือเลย เพราะฉะนั้น การเข้ารับการจัดฟัน สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตประวันได้อย่างดีเลยทีเดียว


หากใครสนใจเข้ารับการจัดฟันแบบใส สามารถติดต่อ ขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิกเพราะทางเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดฟันและมีประสบการณ์อย่างยาวนาน ทำให้มั่นใจได้ว่าคุณจะมีฟันที่เรียงตัวกันอย่างสวยงามได้อย่างแน่นอน และที่สำคัญทางเรายังมีเครื่องมือ อุปกรณ์ที่มีความสะอาด ปลอดภัยได้มาตรฐาน และยังได้รับรองสูงสุดจาก invisalign เพราะการเข้ารับการจัดฟันแบบใส จะต้องทำโดยทันตแพทย์ที่ผ่านการรับรองจาก invisalign เท่านั้น แน่นอนว่าถ้าเข้ารับการจัดฟันจากทางคลินิกคุณจะมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน


เวลาสวมใส่เครื่องมือการจัดฟันใส จะทำให้เกิดการระคายเคืองช่องปากหรือไม่ ? อ่านบทความเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://www.idolsmiledental.com/

10
การดูแลรักษาความสะอาดของช่องปากและฟัน ถือว่าเป็นเรื่อสำคัญมาก เพราะ การรักษาสุขภาพปากและฟันที่ดีเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราจะทำเพื่อเหงือกและฟันของเรา นี่คือขั้นตอนง่ายๆ ที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อฟันผุ โรคเหงือก และปัญหาเกี่ยวกับฟันอื่นๆด้วย ดูแลรักษาฟันให้สะอาดอยู่เสมอด้วยการทำความช่องปากและฟันให้เป็นกิจวัตร เพื่อให้ฟันจะได้ไม่ต้องมีปัญหาการสูญเสียฟันในอนาคตได้ เพราะเมื่อไหร่ที่เราสูญเสียฟัน อาจจะทำให้เรามีปัญหาฟันตามมาอีกได้ แต่ถ้าหากว่าเรามีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากและฟัน เราสามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยการเข้ารับการจัดฟันแบบใส


เพราะการเข้ารับการจัดฟันแบบใส สามารถแก้ไขปัญหาได้แทบทุกกรณีและยังมีผลการรักษาที่มีความแม่นยำมากด้วย เพราะด้วยการรักษาที่มีการเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการรักษา และการจัดฟันแบบใส ถือว่าเป็นการจัดฟันที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากอีกด้วย ทั้งวัยรุ่น ดารา และคนทั่วไป เพราะการจัดฟันแบบใส มีความแตกต่างจากการจัดฟันแบบอื่น ตรงที่เป็นการจัดฟันที่ออกแบบด้วยระบบคอมพิวเตอร์แบบ 3D สามารถทราบผลการรักษาล่วงหน้าได้ ผู้เข้ารับการรักษาสามารถดูการเคลื่อนตัวของฟันได้ด้วย เพื่อที่จะได้ออกแบบรอยยิ้มของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การเข้ารับการจัดฟันแบบใส ยังช่วยทำให้ผู้เข้ารับการจัดฟัน สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่ และเป็นปกติ เพราะการจัดฟันแบบใส ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันน้อยมาก  ดังนั้น ไม่ต้องกังวลเลยในเรื่องของผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

 

สำหรับคนที่อยากจะเข้ารับการจัดฟันแบบใส หลายคนอาจจะมีคำถามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษา หรือแม้กระทั่งการปฏิบัติตัวในขณะการเข้ารับการจัดฟัน และที่สำคัญเมื่อเราเข้ารับการจัดฟันเสร็จแล้วจะต้องดุแบรักษาฟันอย่างไร เพื่อไม่ให้ฟันของเรากลับมามีปัญหาอีก แน่นอนว่ากภายหลังจากการเข้ารับการจัดฟัน ไม่ว่าจะเป็นการเข้ารับการจัดฟันในรูปแบบใด ผู้เข้ารับการจัดฟันก็จะต้องสวมใส่รีเทนเนอร์เพื่อคงสภาพฟันไม่ให้เคลื่อนกลับไปในตำแหน่งเดิม แต่การเข้ารับการจัดฟันแบบใส คนที่กำลังจะเข้ารับการจัดฟัน อาจจะสงสัยว่า เมื่อจัดฟันแบบใส เสร็จสิ้นแล้ว ผู้เข้ารับการจัดฟันจะต้องสวมใส่รีเทนเนอร์หรือไม่ 


วันนี้ทางคลินิกเราจะมาพูดถึง การเข้ารับการจัดฟันแบบใส เราต้องสวมใส่รีเทนเนอร์หรือไม่ สำหรับการจัดฟันแบบใส เมื่อเข้ารับการจัดฟันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้เข้ารับการจัดฟันจะต้องสวมใส่รีเทนเนอร์เหมือนกัน เนื่องจากเครื่องมือการจัดฟันแบบใสใช้หลักการเดียวกับการจัดฟันแบบสวมใส่เหล็กจัดฟัน นั่นก็คือการใช้แรงกดรอบๆรากฟัน เพื่อให้ฟันเคลื่อนไปตามทิศทางที่ต้องการหรือตำแหน่งที่ทันตแพทย์ได้วางแผนเอาไว้ ดังนั้น ผู้เข้ารับการจัดฟันแบบใสจะต้องสวมใส่รีเทนเนอร์เพื่อคงสภาพฟันเช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากเข้ารับการจัดฟันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้เข้ารับการจัดฟันจะต้องปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของทันตแพทย์ เพื่อให้ผลการรักษาเป็นไปตามแผนที่ทันตแพทย์วางไว้และมีผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

 

อย่างไรก็ตาม หากคุณสนใจเข้ารับการจัดฟันแบบใส ก็สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิก เพราะทางเรามีทันตแพทย์และเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษา และทันตแพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญในด้านการจัดฟันแบบใส มีประสบการณ์ทางด้านทันตกรรมอย่างยาวนาน จึงสามารถให้คำปรึกษาได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ คลินิกของเรายังได้รับการรับรองสูงสุดจาก  invisalign ให้สามารถให้บริการทางด้านการจัดฟันแบบใส ได้อย่างปลอดภัยตามหลักมาตรฐานสากล จึงทำให้ผู้เข้ารับการรักษาทุกคนมั่นใจได้ว่า คุณจะได้รับการรักษาที่มีความปลอดภัย มีความน่าเชื่อถือได้อย่างแน่นอน เพราะเราอยากให้ทุกคนมีฟันที่สวยงามเป็นธรรมชาติ เพื่อที่จะได้ ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่ และมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน


การจัดฟันใส เมื่อจัดแล้วต้องใส่รีเทนเนอร์เพื่อคงสภาพฟันไหม ? อ่านบทความเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://www.idolsmiledental.com/

11
ล่าสุดทาง Mitsubishi Motors Malaysia ได้แนะนำรถใหม่รถกระบะรุ่นพิเศษ ที่จะถูกผลิตออกมาในจำนวนจำกัดเพียง 120 คันเท่านั้น โดยจะใช้ชื่อเรียกว่า Mitsubishi Triton Knight ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษที่ได้นำเอารุ่นย่อยท็อปสุดคือ Mitsubishi Triton รุ่น Adventure X มาตกแต่งเพิ่มเติมเข้าไปนั้นเอง


สำหรับรถกระบะใหม่ Mitsubishi Triton Knight รุ่นพิเศษนี้ มาพร้อมการตกแต่งด้านหน้าที่มากับกันชนหน้าตกแต่งใหม่สีเทา พร้อมปั้มคำว่า Mitsubishi การ์ดฝากระโปรงหน้า กันสาดข้างตัวรถ รวมไปถึงสติกเกอร์คาดสุดสะดุดตาด้านข้างตัวรถ ตัดกันอย่างชัดเจนกับตัวถังสีขาว White Diamond


ส่วนของภายในรุ่นพิเศษนี้ติดตั้งสครับแพลท พรมดำขอบแดงพร้อมปักคำว่า Knight นอกเหนือจากนี้ อุปกรณ์ต่างๆ เหมือนกันกับรุ่นท็อปสุดอย่างรุ่น Adventure X ไม่ว่าจะเป็นกล้องรอบคัน กล้องบันทึกหน้ารถ จอกลางแบบสัมผัส 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto

ด้านระบบความปลอดภัยก็เช่นกัน ทั้งเตือนกันชนด้านหน้าและเบรกอัตโนมัติ เตือนจุดอับสายตา เตือนจุดอับขณะถอยหลัง ไฟสูงอัตโนมัติ เป็นต้น ขุมกำลังยังคงเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ MIVEC ขนาด 2.4 ลิตร รีดกำลังสูงสุด 181 แรงม้า แรงบิด 430 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และระบบขับสี่ Super Select 4WD-II สนนราคาค่าตัว RM137,900 หรือราว 1.004 ล้านบาท

ออล นิว ไทรทัน: รถกระบะใหม่ Mitsubishi Triton Knight รุ่นพิเศษ เพียง 120 คัน ในมาเลเซีย อ่านบทความเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/car/mitsubishi/triton/

12
ที่บูธรถยนต์มิตซูบิชินอกจากไฮไลท์เด่นอย่างรถกระบะต้นแบบ Mitsubishi XRT Concept แล้ว ทางค่ายยังได้จัดแสดงรถกระบะ Mitsubishi Triton Single Cab 2.4 GL 4WD AT ตกแต่งใหม่รอบคันสไตล์ลุยสายแคมป์จอดที่ไหนนอนที่นั้นกันได้เลย



พื้นฐานของรถกระบะแต่งคันนี้มาจาก Mitsubishi Triton Single Cab 2.4 GL 4WD AT ที่มีราคาค่าตัว 714,000 บาท หรือรถกระบะแบบตอนเดียว ที่ติดตั้งมากับชุดกันชนหน้าเหล็กใหม่ทำสีเดียวกับตัวรถ พร้อมชุดไฟสปอตไลท์คู่ด้านหน้า รวมไปถึงไฟตัดหมอก และไฟ LED ครบครัน


นอกจากนี้ยังได้ติดตั้งกันกระแทกด้านข้างที่ยาวเป็นชิ้นเดียวไปกับชุดบันไดข้างทำสีเดียวกับตัวรถ รับกับชุดกันชนหลังใหม่เหล็กท่อนทรงกลมสีเดียวกับตัวรถเช่นกัน และยังมีการเปลี่ยนล้อและยางพร้อมลุยใหม่จาก LENSO ส่วนของด้านท้ายกระบะติดตั้งบาร์อเนกประสงค์รองรับการติดตั้งเต้นท์หลังคาด้านบนจาก TJM และปิดท้ายด้วยลวดลายกราฟฟิครอบคันสีดำสุดเท่



มิตซูบิชิเผยโฉมรถกระบะต้นแบบ Mitsubishi XRT Concept ครั้งแรกของโลก ที่จะมาเป็น Triton

ค่ายรถยนต์ตราเพชร มิตซูบิชิ ได้ทำการเปิดเผยรถต้นแบบคันจริง Mitsubishi XRT Concept ที่จะเป็นแนวทางการออกแบบให้กับรถกระบะโฉมใหม่ All-New Mitsubishi Triton ที่เตรียมจะเปิดตัวภายในปีนี้ ที่งาน Motor Show 2023 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี


Mitsubishi XRT Concept เป็นรถต้นแบบของรถกระบะไทรทัน โมเดลใหม่ ที่มาพร้อมดีไซน์ดุดันสะดุดตาตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้าย เสริมอารมณ์แกร่งด้วยเส้นนำสายตาจากกระโปรงหน้าสู่ด้านข้างตัวถังในสไตล์แนวราบ พร้อมการตกแต่งเหนือซุ้มล้อหน้า-หลัง และติดตั้งยางลุยโคลน (mud-terrain) ที่ช่วยเพิ่มพลังขับเคลื่อนเต็มสปีด ปราดเปรียวพร้อมพุ่งทะยานในทุกเส้นทางสุดหฤโหดของการแข่งขันแรลลี่

ตัวถังของ Mitsubishi XRT Concept ห่อหุ้มด้วยลายพราง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “ลาวา” หินภูเขาไฟที่อัดแน่นด้วยพลังงาน อันทรงพลัง พร้อมด้วยกราฟฟิกเส้นขนานแนวเฉียง 10 เส้น ในแบบฉบับของโลโก้ แรลลี่อาร์ท ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้าของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้อย่างโดดเด่น

ส่วนรายละเอียดของเครื่องยนต์นั้น ยังไม่มีการประกาศออกมาแต่อย่างใด แต่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นชุดใหม่ หลังจากที่ทางมิตซูบิชิได้ใช้งานเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร มาเป็นเวลานานแล้ว

โดย Mitsubishi XRT Concept คันนี้ จะเป็นแนวทางการออกแบบให้กับรถกระบะโฉมใหม่ All-New Mitsubishi Triton ที่ถึงเวลาต้องเปลี่ยนใหม่และเปิดตัวภายในปีนี้ ซึ่งต้องมาดูกันอีกทีว่าตัวจริงที่จำหน่ายนั้น หน้าตาจะเปลี่ยนไปจากนี้ขนาดไหน


all new mitsubishi triton 2024: ยลโฉมคันจริง Mitsubishi Triton Single Cab 2.4 GL 4WD AT แต่งลุยสายแคมป์ อ่านบทความเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/car/mitsubishi/triton/

13
ผลพวงจากปาร์ตี้จะเป็นอะไรได้ ถ้าไม่ใช่ อาการแฮงค์ เมาค้าง ที่ทำเอาปวดหัวสุดๆ มาดู 7 วิธีแก้แฮงค์ แก้เมาค้าง ที่ทำแล้วตาสว่าง พร้อมทำงานหลังปาร์ตี้หนักมาทั้งคืนกันดีกว่า! ใครที่หยุดยาวทีไรก็ปาร์ตี้หนัก ดื่มแอลกอฮอล์จัดเต็มทุกที แต่ทุกครั้งที่ตื่นมาก็ตามมาด้วยอาการแฮงค์ อาการเมาค้าง ที่ทำให้อยากนอนอยู่บนเตียงทั้งวัน ต้องไม่พลาด วิธีแก้แฮงค์ดีๆ ที่เราเอามาฝากกันเลย!

 

วิธีแก้แฮงค์ แก้เมาค้าง

 
1. ซดกาแฟดำ

หากเมื่อคืนจัดหนักด้วยแอลกอฮอล์ไปแล้ว เช้ามาอาจจะต้องจัดหนักด้วยกาแฟดำค่ะ จะเป็นอเมริกาโน่ร้อนๆ สักแก้ว หรือเอสเพรสโซ่เข้มๆ สักช็อต จัดไปบอกเลยว่ารู้เรื่อง! ตาสว่างพร้อมไปทำงานเลยค่ะ เพราะคาเฟอีนในกาแฟนั้นจะช่วยคลายอาการมึนหัว เวียนหัว ช่วยเพิ่มความดันในกระแสเลือดทำให้แอลกอฮอล์ออกจากกระแสเลือดได้เร็วขึ้นด้วย แต่สำหรับใครที่ไม่ใช่คอกาแฟอยู่แล้วอย่าจัดหนักเกินไปนะคะ เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้มึนหัวหนักกว่าเดิมได้!

 
2. ดื่มน้ำเปล่ามากๆ

ถ้ายังมีสติหลังปาร์ตี้มาอย่างหนักแนะนำให้ดื่มน้ำเปล่ามากๆ ก่อนไปนอนนะคะ หรือถ้าดื่มหนักจนไม่รู้สึกตัว หลังตื่นนอนให้ดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ ค่ะ เนื่องจากอาการแฮงค์เกิดจากการที่ร่างกายขาดน้ำ หลังจากขับแอลกอฮอล์และน้ำออกไปจากร่างกายในปริมาณมาก ฉะนั้นทางแก้ที่ง่ายๆ เลยก็คือ การดื่มน้ำให้มากๆ นี่ล่ะ!

 
3. กินอาหารประเภทโปรตีนและอาหารที่ย่อยง่าย

หากตื่นมาแล้วแฮงค์อย่างหนักในตอนเช้า อย่าเพิ่งกินอาหารมันๆ ทอดๆ นะคะ เพราะจะยิ่งทำให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียนมากขึ้น แนะนำให้กินอาหารประเภทโปรตีน อย่างไข่ต้ม หรืออาหารที่ย่อยง่าย อย่างโจ๊ก ข้าวต้ม น้ำซุป ก๋วยเตี๋ยว จะช่วยบรรเทาอาการเมาค้างได้ดีค่ะ การได้ซดน้ำซุปร้อนๆ จะช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้นและยังช่วยลดอาการขาดน้ำได้ด้วยค่ะ


4. ดื่มน้ำขิงอุ่นๆ

น้ำขิงนั้นขึ้นชื่อเรื่องมีสรรพคุณในการแก้อาการวิงเวียงศีรษะและอาการคลื่นไส้ได้ดีค่ะ ลองชงน้ำขิงหรือจะใช้แบบซองสำเร็จ ดื่มตอนแฮงค์ๆ ก็จะช่วยลดอาการเวียนหัวได้ นอกจากนี้น้ำขิงยังช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย ช่วยขับปัสสาวะ ซึ่งจะช่วยขับเอาแอลกอฮอล์ออกมาได้ดีขึ้นอีกด้วยค่า

 
 
5. ออกกำลังกายเบาๆ ขับแอลกอฮอล์

อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะว่าแฮงค์ๆ อยู่จะไปออกกำลังกายไหวได้ยังไง ออกกำลังกายในที่นี้หมายถึงการออกกำลังกายเบาๆ อย่างการเดิน การวิ่งเหยาะๆ ให้เหงื่อออกบ้างค่ะ เพราะเหงื่อจะช่วยขับแอลกอฮอล์ออกมา และระหว่างออกกำลังกายแนะนำให้ดื่มเกลือแร่ที่ไม่มีน้ำตาลสักหน่อยเพื่อชดเชยการเสียเหงื่อและคืนความสดชื่นให้กับร่างกาย แล้วอาการแฮงค์ก็จะดีขึ้นค่ะ

 
6. จั่งซี้มันต้อง..ถอน !!

เค้าว่าอาการแฮงค์จะหายได้ถ้าถอนด้วยตัวการที่ทำให้แฮงค์นั่นล่ะ! ใครที่ตื่นมามึนๆ แนะนำให้ดื่มเบียร์เย็นๆ สักกระป๋องค่ะ กระป๋องเดียวเท่านั้นนะคะ!! สักพักอาการปวดหัวก็จะค่อยๆ ดีขึ้น แต่อย่าเผลอดื่มเข้าไปอีกหลายกระป๋องเด็ดขาดเลยนะค้าา

 
7. ใช้ช้อนลดบวม!

สิ่งที่ตามมาหลังจากอาการแฮงค์ก็คือตาบวมๆ หน้าล้าๆ นั่นเองค่ะ แนะนำให้นำช้อนกินข้าว 2 คัน ไปแช่ไว้ในช่องแช่แข็งของตู้เย็นสักพัก จากนั้นให้นำมาทาบบริเวณตาทั้งสองข้างประมาณ 5 นาที หรือจะทาบบริเวณใบหน้าด้วยก็ได้ ช้อนเย็นๆ จะช่วยทำให้ตื่นจากอาการแฮงค์ ลดอาการบวมใต้ตา และทำให้ใบหน้าสดชื่นขึ้น!


7 วิธีแก้แฮงค์ แก้เมาค้าง ทำแล้วตาสว่าง พร้อมทำงานหลังปาร์ตี้หนักมาทั้งคืน! อ่านบทความเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://mmed.com/

14
ทุกครั้งที่มีประชุม อาการง่วงนอนก็มักจะมาทักทายทันที ยิ่งวันไหนต้องเข้าประชุมตอนบ่าย ร่างกายแทบจะต่อสู้กับความง่วงไม่ไหว วันนี้จึงชวนสาวๆ ที่ชีวิตการทำงานมักต้องเข้าประชุมบ่อยๆ มาแก้อาการง่วงนอนด้วย 10 วิธีที่ไม่ทำให้สัปหงกระหว่างประชุมจนต้องเสียงานสำคัญกันค่ะ จะต้องทำอย่างไรกันบ้างนั้น ไปติดตามอ่านพร้อมๆ กันเลย


1.จิบชากาแฟไร้น้ำตาล
แน่นอนว่าชากาแฟซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีนมีส่วนช่วยแก้อาการง่วงนอนได้ ดังนั้นหากรู้ว่าวันไหนต้องเข้าประชุม อย่าลืมเตรียมชาหรือกาแฟไร้น้ำตาลจิบก่อนเข้าประชุม หรือจะพกเข้าประชุมไปด้วยก็ยิ่งดี ได้ทั้งแก้อาการง่วงและไม่เสียสุขภาพจากน้ำตาลอีกด้วย


2.จิบน้ำเย็น
การจิบน้ำเย็นถือเป็นตัวเลือกสำหรับสาวๆ ที่ไม่สามารถดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีนได้ ซึ่งน้ำเย็นมีส่วนช่วยเติมความสดชื่นให้กับร่างกายได้ตลอดเวลา และที่สำคัญน้ำเปล่ายังช่วยเพิ่มออกซิเจนในเลือด และช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพเลยทีเดียว


3.อมลูกอมรสเปรี้ยว
ลูกอมรสเปรี้ยวช่วยแก้อาการง่วงนอนได้เป็นอย่างดี อมไว้ตอนประชุมก็ดูไม่เป็นการเสียมารยาท ที่สำคัญวิธีนี้ช่วยปลุกร่างกายจากความง่วงได้แบบเนียนๆ


4.ทานอาหารที่ช่วยแก้ง่วง
อาหารที่ช่วยแก้อาการง่วงนอนได้ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารประเภทขบเคี้ยว แนะนำให้สาวๆ เลือกทานอัลมอนด์ ผลไม้ หรือช็อกโกแลต เพราะช่วยให้ตื่นจากอาการง่วงได้ดี แถมยังเคี้ยวเพลินในระหว่างการประชุมอีกด้วย แต่วิธีนี้อาจจะไม่เหมาะสำหรับการประชุมที่เป็นทางการเท่าไรนัก


5.นั่งบนเก้าอี้ที่ไม่มีพนักพิง
การนั่งประชุมบนเก้าอี้ที่ไม่มีพนักพิง ช่วยเพิ่มความกระตือรือร้นให้กับร่างกาย เพราะร่างกายจำเป็นต้องระมัดระวังการนั่งอยู่เสมอ หากเผลอหลับไปอาจทำให้หงายหลังในช่วงประชุมได้


6.ลุกออกไปยืดเส้นยืดสาย
ในกรณีที่มีอาการง่วงมากๆ จนสมองไม่รับรู้หรือจับประเด็นการประชุมได้แล้วนั้น ควรขออนุญาตในที่ประชุมออกไปยืดเส้นยืดสายข้างนอกสัก 2-3 นาที เพื่อให้ร่างกายตื่นตัว


7.เลือกที่นั่งแถวหน้า
การเลือกที่นั่งประชุมแถวหน้า ถือเป็นการบังคับให้ตัวเองไม่ง่วงแบบหักดิบเลยทีเดียว เพราะต้องประจันหน้ากับวิทยากรตรงหน้านั่นเอง


8.โฟกัสกับการประชุม
หากเป็นการประชุมที่ไม่สามารถลุกขึ้นออกไปข้างนอกได้ สาวๆ จำเป็นต้องโฟกัสกับการประชุมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พยายามคิดตามเนื้อหาที่ประชุมอย่างจริงจัง เพราะการโฟกัสกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จะช่วยแก้อาการง่วงนอนได้


9.ขีดเขียนสาระการประชุม
การขีดเขียนสาระการประชุม นอกจากจะช่วยให้เก็บรายละเอียดในการประชุมแล้ว ยังช่วยแก้อาการง่วงนอนได้อีกด้วย


10.ช่วยกันเสนอความคิดเห็น
การมีส่วนร่วมในการประชุมหรือเสนอความคิดเห็นกับผู้ร่วมประชุม ช่วยแก้อาการง่วงนอนได้ดี แถมยังช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นจากการร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

เห็นไหมล่ะคะว่าวิธีแก้อาการง่วงนอนในขณะประชุมไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย เพียงแต่สาวๆ อาจจะต้องเลือกใช้วิธีที่เหมาะสำหรับตัวเองและการประชุมในแต่ละครั้งให้มากที่สุดแค่นั้นเอง อย่าลืมว่าถ้าแก้อาการสัปหงกในช่วงประชุมได้ จะช่วยให้คุณไม่พลาดประเด็นสำคัญในที่ประชุมเลยแม้แต่น้อย



วิธีแก้ง่วงช่วงประชุม ทำตามนี้ไม่เผลอสัปหงกจนเสียงานชัวร์ อ่านบทความเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://mmed.com/

15
ต้องจ่ายเท่าไหร่กับการขนย้ายของกับ รถกระบะรับจ้างสำหรับใครที่ไม่เคยใช้บริการ รถกระบะรับจ้าง ที่รับจ้างขนของทั่วไป อย่าง ย้ายคอนโด ย้ายห้องพัก ย้ายบ้าน หรือ ขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ ต่างๆแล้วแต่สินค้าของคุณ เราเคยฉุดคิดเรื่องนี้มั้ยว่า รถกระบะขนของ รถ 4 ล้อใหญ่รับจ้าง ไม่ว่าจะเขตกรุงเทพ ปริมณฑล หรือ ต่างจังหวัด

เราจะต้องเตรียมเงินกับการใช้บริการ รถรับจ้างที่เท่าไหร่ แน่นอนว่าไม่มีใครรู้เรื่องนี้นอกจากผู้ให้บริการ รถกระบะรับจ้างขนของ เอง แต่วันนี้ เราจะมาดูกันว่า ถ้าเราไม่ได้ถามราคารถรับจ้างกับผู้ให้บริการ เราก็สามารถที่จะคำนวณหรือคาดคะเนได้คร่าวๆ ได้ ซึ่งจะต้องมีเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไรบ้างนั้นมาดูการบริการรถกระบะรับจ้าง


เกณฑ์ในการคำนวณ รถกระบะรับจ้างขนของ เขาคิดที่อะไร

1.ระยะทางในการขนย้าย ใกล้ หรือ ไกล หมายถึง ถ้าใกล้มากจะแพงกว่าไกลเมื่อนำมาคำนวณในการเทียบ ราคาค่าขนย้าย ต่อ ระยะวิ่ง (กม.) เช่น   รถกระบะรับจ้าง ระยะทาง 10 ก.ม. ราคา 1000 บาท ตกกิโลเมตรละ 100 บาท  และ  รถกระบะรับจ้าง ระยะทาง 100 ก.ม. ราคา 3000 บาท ตกกิโลเมตรละ 30 บาท เป็นต้น

2.รวมคนยกด้วยหรือไม่ เพราะการเสนอราคาทางผู้ให้บริการจะมีการสอบถามว่า ต้องการให้เสนอราคาเป็นแบบไหน เช่น เสนอพร้อมคนยกของด้วย กี่คน เช่น ถ้าเอาคนยกด้วยจะคิดที่คนละ 300-500 บาทขึ้นอยู่กับความยากง่ายของการยกของและน้ำหนักสินค้า  หรือ เสนอเฉพาะรถขนของอย่างเดียว ลูกค้ายกเอง แบบนี้จะถูกกว่า

3.สินค้าทำประกันด้วยหรือไม่ เพราะการทำประกันสินค้าของลูกค้า ต้องอยู่ในกฏระเบียบที่บริษัทประกันรับด้วยเช่นกัน เช่น สินค้าเกษตร เครื่องจักรใหม่ เป็นต้น ซึ่งทางผู้ให้บริการจะเพิ่มค่าบริการตามการจ่ายจริงกับประกันสิค้าที่ลูกค้าต้องการ

4.สามารถรับ-ส่งสินค้าได้ทันที หรือต้องรอข้ามวัน ก็จะมีงานในลักษณะดังกล่าวไม่กี่ประเภทที่เมื่อสินค้าไปถึงหน้างาน หรือรถกระบะรับจ้างวิ่งไปถึงหน้างาน ต้องรอขึ้นของหรือลงของตามคิว หรือบางทีรอเป็น 1-2วัน งานในลักษณะดังกล่าวผู้ให้บริการ รถรับจ้างขนของ จะคำนวณราคาค่าค้างคืนกับลูกค้าโดยจะมีการตกลงราคากันก่อนว่าจ้างนั่นเอง

5.ขนาดของรถรับจ้างที่เรียกใช้บริการ เพราะรถรับจ้างมีหลายขนาด การที่เรียกใช้รถรับจ้างขนของที่ใหญ่ขึ้น ก็จะส่งผลต่อราคาบริการ เช่น รถกระบะรับจ้าง ระยะทาง 10 ก.ม. ราคา 1000 บาท แต่ถ้าเป็น รถ 4 ล้อใหญ่รับจ้าง ระยะทาง 10 ก.ม. ราคา 2000 บาท เป็นต้น

ดังนั้น ถ้าหากเราคิดที่จะใช้บริการ รถรับจ้างนั้น จะต้องลองอ่านบทความนี้ดูว่า เราต้องการขนย้ายอะไร จะ ย้ายบ้าน ย้ายคอนโด ขนย้ายหอพัก ขนย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้า ขนส่งมอเตอร์ไซค์ หรือ รับจ้างขนของทั่วไปนั้น เราจะใช้รถขนของแบบไหน ราคาของเราจะเป็นเท่าไหร่ แต่ส่วนมากแล้ว ถ้าระยะไกลๆ ค่าขนส่งก็จะอยู่ที่ 12 บาท/กิโลเมตร เป็นมาตรฐาน

ขอราคา รถกระบะรับจ้าง การเตรียมเงินในการจ่าย รถรับจ้างขนของในแต่ละที่การชำระค่าบริการจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละที่ที่เขาให้บริการและตั้งกฎเกณฑ์ไว้ ซึ่งโดยตามหลักเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานที่เราพบเห็นในปัจจุบันนี้ จะเป็นลักษณะดังนี้ชำระค่ามัดจำ 30% ก่อนวิ่งงานและ ชำระส่วนที่เหลือเมื่อลงของเสร็จ ถือว่าเป็นวิธีที่ผู้ให้บริการรถรับจ้างส่วนมากทำกัน เพื่อเป็นการยืนยันการ confirm งานในแต่ละที่ เช่น รถกระบะรับจ้างย้ายบ้าน ระยะทาง 100 ก.ม. ราคา3000 บาท


สุดยอดรถกระบะรับจ้างขนของ

จะมัดจำที่ 1000 บาท เป็นต้นชำระค่าบริการ รถกระบะขนของ ทั้งหมดก่อนวิ่งงาน แบบนี้จะมีน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าประจำที่มีการเรียกใช้บริการกันอยู่เสมอๆ โดยชำระทั้งหมดเพื่อจะได้ไม่ต้องโอนหลายครั้งเก็บเงินปลายทางหรือจ่ายตามรอบวางบิล ส่วนใหญ่จะเป็นงานบริษัทที่มีการทำสัญญาว่าจ้างกันไว้ โดยจะเป็นเงินเครดิตขึ้นอยู่กับการตกลงกันทั้ง 2 ฝ่ายรถรับจ้างถ้าต้องการ รถกระบะรับจ้าง ราคาถูก กว่าเรทปกติ ต้องทำยังไงการที่เราจะประหยัดต้นทุนของรถรับจ้างได้

สิ่งที่เราต้องได้คือ รถรับจ้างที่ราคาถูก นั่นเอง ก็จะมีวิธีอยู่ว่า ถ้าเราแจ้งจองคิวไว้แต่เนิ่นๆ เหมือนจองตั๋วเครื่องบินยิ่งจองเร็วราคาก็จะยิ่งถูก หรือ เรามีการนัดแผนขนย้ายล่วงหน้า ทำให้ผู้ให้บริการ รถกระบะรับจ้างขนของ จัดคิวรถที่จะมีทางผ่านหรือเส้นทางที่เขาจะวิ่งไปรับงานขนย้ายแถวนั้นอยู่แล้ว ก็จะทำให้เราสามารถต่อรองราคารถรับจ้างขนของ 4 ล้อ ได้ในราคาที่ประหยัดและถูกนั่นเองเมื่ออ่านถึงตรงนี้ เรามั่นใจว่าท่านได้ รถรับจ้างราคาถูกแน่นอนจากบทความเกี่ยวกับรถกระบะรับจ้าง

ขนของดังกล่าวนี้ เรามั่นใจว่า เมื่อท่านได้อ่านบทความจนจบนี้ ท่านจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบกฏเกณฑ์ของการว่าจ้างรถรับจ้างได้เป็นอย่างดีอย่างแน่นอน และคงไม่มีใครมาหลอดลวงท่านได้ อย่างน้อยเราก็มีภูมิคุ้มกันที่ดีที่เราจะรู้กลโกงหากมีผู้ไม่ประสงค์ดีต่อเรา ทำให้การ ขนย้ายบ้าน ย้ายที่พัก ย้ายหอ ย้ายคอนโด ขนย้ายต้นไม้ ขนย้ายอพาร์ทเม้น

ขนย้ายตู้ เตียง ที่นอน เฟอร์นิเจอร์ มอเตอร์ไซค์ อื่นๆ จะเป็นเรื่องที่ง่ายสำหรับเราไปเลย หรือบางทีนึกไม่ออกสอบถาม ได้ที่นี่เขามีการให้บริการที่ดีและให้คำแนะนำเกี่ยวกับรถรับจ้างทุกชนิด ทั้ง ราคาค่าบริการ รถขนของแต่ละขนาด ราคาที่ไม่แพง บริการที่รวดเร็ว สอบถามได้เลย รถรับจ้าง รถกระบะขนของ รถสี่ล้อใหญ่รับจ้าง กับการบริการที่ดีและสุดยอดการรับจ้างขนของที่นี่ ขอราคารถกระบะรับจ้าง




ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่ กับการจ้าง รถกระบะรับจ้าง? อ่านบทความเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://www.rodrubjang-pickup.com/

หน้า: [1] 2 3 ... 60















































รวมเว็บลงประกาศฟรี ล่าสุด
รวมเว็บประกาศฟรี
โพสต์ขายของฟรี
ลงโฆษณาสินค้าฟรี
โฆษณาฟรี
ประกาศฟรี
เว็บฟรีไม่จำกัด
ทำ SEO ติด Google
ลงประกาศขาย
เว็บฟรียอดนิยม
โพสโฆษณา
ประกาศขายของ
ประกาศหางาน
บริการ แนะนำเว็บ
ลงประกาศ
รวมเว็บประกาศฟรี
รวมเว็บซื้อขาย ใช้งานง่าย
ลงประกาศฟรี ทุกจังหวัด
ต้องการขาย
ปล่อยเช่า บ้าน คอนโด ที่ดิน
ขายบ้าน คอนโด ที่ดิน
ประกาศฟรี ไม่มี หมดอายุ
เว็บประกาศฟรี ติดอันดับ
ฝากร้านฟรี โพ ส ฟรี
ลงประกาศฟรี กรุงเทพ
ลงประกาศฟรี ทั่วไทย
ลงประกาศโฆษณาฟรี
ลงประกาศฟรี 2023
รวมเว็บลงประกาศฟรี

รวม SMFขายสินค้า
ประกาศฟรีออนไลน์
ลงประกาศ สินค้า
เว็บบอร์ด โพสต์ฟรี
ลงประกาศ ซื้อ-ขาย ฟรี
ชุมชนคนไอทีขายสินค้า
ลงประกาศฟรีใหม่ๆ 2023
โปรโมทธุรกิจฟรี
โปรโมทสินค้าฟรี
แจกฟรี รายชื่อเว็บลงประกาศฟรี
โปรโมท Social
โปรโมท youtube
แจกฟรี รายชื่อเว็บ
แจกฟรีโพสเว็บบอร์ดsmf
เว็บบอร์ดsmfโพสฟรี
รายชื่อเว็บบอร์ดขายสินค้าฟรี
ลงประกาศฟรี เว็บบอร์ด
เว็บบอร์ดขายสินค้าฟรี
ฟรี เว็บบอร์ด แรงๆ
โพสขายสินค้าตรงกลุ่มเป้าหมาย
โฆษณาเลื่อนประกาศได้
ขายของออนไลน์
แนะนำ 6 วิธีขายของออนไลน์
อยากขายของออนไลน์
เริ่มต้นขายของออนไลน์
ขายของออนไลน์ เริ่มยังไง
ชี้ช่องขายของออนไลน์
การขายของออนไลน์
สร้างเว็บฟรีประกาศ

smf โพสฟรี
smf ขายของออนไลน์อะไรดี
smf โพสฟรี
อยากขายของออนไลน์ smf
ขายของออนไลน์ยังไงให้มีคนซื้อ
smf เริ่มต้นขายของออนไลน์
ไอ เดีย การขายของออนไลน์
เว็บขายของออนไลน์
เริ่ม ขายของออนไลน์ โพสฟรี
smf ขายของออนไลน์ที่ไหนดี
เทคนิคการโพสต์ขายของ
smf โพสต์ขายของให้ยอดขายปัง
โพสต์ขายของให้ยอดขายปังโพสฟรี
smf ขายของในกลุ่มซื้อขายสินค้า
โพสขายของยังไงให้มีคนซื้อ
smf โพสขายของแบบไหนดี
โพสฟรีแคปชั่นโพสขายของยังไงให้ปัง
smf แคปชั่นแม่ค้าออนไลน์
แคปชั่นแม่ค้าออนไลน์ โพสฟรี
ขายของให้ออร์เดอร์เข้ารัว ๆ
smf โพสต์เรียกลูกค้า
โพสต์เรียกลูกค้าโพสฟรี
smf ขายของออนไลน์ให้ปัง
smf โพสต์ขายของ
smf เขียนโพสขายของโดนๆ
แคปชั่นเปิดร้าน โพสฟรี
smf วิธีโพสขายของให้น่าสนใจ
วิธีเพิ่มยอดขาย โพสฟรี
smf เทคนิคเพิ่มยอดขาย

เพิ่มยอดขายให้เข้าเป้า
เว็บบอร์ดฟรี
โปรโมทฟรี
มีลูกค้าเพิ่ม - YouTube
ผลักดันยอดขายโปรโมทฟรี
โปรโมทผลักดันยอดขาย
โปรโมทแผนการเพิ่มยอดขายให้ได้ผล
โปรโมทวิธีการวางแผนการเพิ่มยอดขาย
ยอดขายไม่ดีควรทำอย่างไร
ยอดขายตกเกิดจากอะไร
ทำไมต้องเพิ่มยอดขาย
ขายฟรี
ยอดการขาย คืออะไร
กลยุทธ์เพิ่มยอดขาย
โพสฟรีการกระตุ้นยอดขาย
โปรโมทกระตุ้นยอดขาย
โปรโมทฟรีออนไลน์กระตุ้นยอดขาย
ประกาศฟรีเพิ่มยอดขาย
ลงประกาศเพิ่มยอดขาย
ฝากร้านฟรีเพิ่มยอดขาย
ลงประกาศฟรีใหม่ ๆ เพิ่มยอดขาย
เว็บประกาศฟรีเพิ่มยอดขาย
Post ฟรี
ประกาศขายของฟรี
ประกาศฟรี
โพส SEO
ลงโฆษณาฟรี
โปรโมทเพจร้านค้า